หมิงเวยหันหลังวิ่งหนี ชิงหลินทะยานกระโดดไม่กี่ก้าวและใช้แรงที่ทรงพลังคว้านางเอาไว้
ทั้งอินทรีตัวใหญ่ ทั้งจรวดล้วนเป็นการอำพราง เป้าหมายของพวกเขาก็คือหญิงสาวที่ถูกขนานนามว่าปรมาจารย์แห่งชีวิตต่างหาก
อีกฝ่ายอาจเก่งกาจในเรื่องเคล็ดวิชา แต่ในเรื่องวรยุทธ์กลับอ่อนแอมาก หากลวงอีกฝ่ายมาหาได้ก็เท่ากับว่าหมูในอวยเลย ชิงหลินตบไหล่หมิงเวยทันใดนั้นความเจ็บปวดก็แล่นเข้ามา นางชักมือกลับมาและเห็นว่ากลางฝ่ามือของตนเป็นรูเล็กๆ มีหยดเลือดไหลออกมา เพียงแค่นี้ก็ชัดเจนแล้ว
หยดเลือดไม่ใช่สีแดง แต่เป็นสีดำ!
ผิวของนางเปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน “นี่ท่านวางยาพิษงั้นหรือ”
หมิงเวยถูกนางคว้าตัวจนเดินโซเซ เมื่อยืนได้มั่นคงจึงหันกลับมายิ้ม “ข้าไม่ได้วางยา แต่เป็นตัวท่านจับโดนเองไม่ใช่หรือ”
ชิงหลินมองนางอย่างแค้นเคืองไม่แสร้งทำตัวเป็นผู้สูงส่งอีกต่อไป “ยาถอนพิษล่ะ” หมิงเวยยิ้มแต่ไม่ตอบ
อาหว่านเยาะเย้ย “ให้ยาถอนพิษแก่ท่าน คิดว่าพวกเราโง่หรือไง!”
ชิงหลินหัวเราะเสียงเย็น “มองดูพวกท่านสองคนที่ยังเยาว์และงดงามแล้ว เดิมทีข้าไม่ได้อยากทำเช่นนี้เลย แต่ในเมื่อพูดด้วยดีๆ ไม่ยอมทำตามก็คงต้องใช้กำลังบังคับ อย่าได้โทษข้าล่ะ…”
นางยังพูดไม่ทันจบก็มีเสียงดังออกมาจากหมอกหนา “นกนางแอ่นเฒ่า ข้าบอกแล้วไงว่าจับนางไม่ง่ายขนาดนั้น ทีนี้เชื่อหรือยัง”
เป็นเสียงที่พวกนางคุ้นเคย และคนที่ออกมาจากหมอกนั้นก็คือซูรื่อฉู่
หมิงเวยเบนสายตาไปมองนางแทน