“ท่านคือเวยเยว่เยี่ยนงั้นหรือ”
ชิงหลินไม่ปฏิเสธ นางแค่นหัวเราะและตอบกลับคำพูดของซูรื่อฉู่ “ก็แค่อุบัติเหตุเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้นไม่ได้ร้ายแรงอะไร”
พูดจบนางก็ตะโกนเสียงดัง “มาจับพวกนางไว้ซะ!”
เมื่อพูดจบก็มีเสียงหญิงสาวดังขึ้นในสายหมอก “เจ้าค่ะ”
นักพรตหญิงกลุ่มหนึ่งซึ่งไม่รู้ว่าพวกนางออกมาจากไหน แต่ละคนถือกระบี่ล้อมรอบพวกนางไว้ อาหว่านเห็นอย่างนั้นก็ร้อนใจถึงตนจะไม่ได้อ่อนแอ แต่มีแค่นางตัวคนเดียว สองหมัดก็ยากจะสู้สี่มือ
นางผลักหมิงเวยไปอยู่ด้านหลังแล้วกระซิบ “ท่านมีวิธีอะไรอีกก็รีบนำออกมา ไม่อย่างนั้นข้าไม่สามารถปกป้องท่านได้แล้วนะเจ้าคะ” ไม่รอให้หมิงเวยตอบเหล่านักพรตหญิงก็พุ่งเข้ามาโจมตีทันที
อาหว่านลุกขึ้นสู้
หมิงเวยที่ยืนอยู่ด้านหลังนางพูดขึ้น “ไม่ได้มีแค่พวกท่านสองคนใช่หรือไม่ แล้วท่านป้าที่ปรากฏตัวที่สถานีส่งสารวันนั้นล่ะ”
ไม่จำเป็นต้องให้ทั้งสองคนตอบก็มีเสียงโกรธอีกเสียงดังก้องจากในสายหมอก “เจ้าเรียกใครว่าป้ากันฮะ!”
เป็นหญิงสาวที่อยู่กับซูรื่อฉู่ในวันนั้น ดวงตาเป็นประกายเพลิงจ้องมองมาที่พวกนาง หมิงเวยทำเป็นไม่ได้ยิน “ท่านป้ามีนามว่าอะไรหรือ”
หญิงสาวนางนั้นโกรธมาก “ข้าคนนี้มีนามว่าหนี่ถู่ฝู หากเจ้ายังกล้าเรียกข้าว่าท่านป้าอีกล่ะก็ข้าจะฉีกปากเจ้าเสียเดี๋ยวนี้!”
ชิงหลินพูดเสียงเย็น “เจ้าจะไปตีฝีปากกับนางทำไม ยังไม่ไปจัดการพวกนางอีก!”
หนี่ถู่ฝูกลัวอีกฝ่ายเล็กน้อย นางชักกระบี่อ่อนออก