จากเอวโดยไม่พูดอะไรแล้วเดินไปหาหมิงเวย อาหว่านพยายามสลัดตัวเองให้หลุดออกจากเหล่านักพรตหญิง หันกลับมาสกัดกั้นกริชปะทะเข้ากับกระบี่อ่อน
กระบี่อ่อนนั้นได้ตวัดพันรอบกริชแล้วพุ่งเข้าหาหน้าอกของอาหว่าน
อาหว่านรีบเปลี่ยนท่าตัวนางนั้นไม่เป็นอะไร แต่ผ้าพันของนางถูกตัดออก
หนี่ถู่ฝูพูดเสียงเย็น “ยัยหนู! คืนนั้นข้าไม่ได้ระวังตัวเลยทำให้พวกเจ้าคิดว่ามีชัยเหนือกว่า เจ้าคิดว่าตนเองจะเอาชนะข้าได้งั้นหรือ”
ในตอนนั้นเองเหล่านักพรตหญิงที่ถูกอาหว่านสลัดออกมาก็เข้ามาล้อมนางอีกครั้ง เมื่อเห็นว่านางกำลังพัวพันอยู่จึงเปลี่ยนเข้าไปจับหมิงเวยแทน
หมิงเวยหยิบขลุ่ยออกมา นางก้าวเท้าผิดจังหวะเลยหลบหลีกคมกระบี่ที่พุ่งเข้ามาได้ เหล่านักพรตหญิงมีมากมายหลายคนเดิมทีพวกนางคิดว่าหากไม่มีอาหว่านคอยปกป้องคงจัดการนางได้สบายมาก
คาดไม่ถึงว่าฝีเท้าของอีกฝ่ายนั้นแปลกมากเห็นได้ชัดเลยว่าต้องการจะจับอีกฝ่ายหลายครั้งแล้วแต่นางก็ถอยมาได้
ชิงหลินเลิกคิ้วแล้วหันไปหาซูรื่อฉู่ “เจ้ายังไม่รีบเข้าไปอีก หากปล่อยให้ยืดเยื้อต่อไปจนอีกฝ่ายมีคนยื่นมือเข้ามาช่วยเราจะพลาดทั้งๆ ที่ใกล้สำเร็จแล้วนะ”
ซูรื่อฉู่เหลือบมองมือขวาของนางที่บวมอย่างกับขาหมูแล้วถอนหายใจ “เข้าใจแล้ว”
ชั่วพริบตาร่างของเขาก็ไปปรากฏอยู่ตรงหน้าหมิงเวย วรยุทธ์ของซูรื่อฉู่นั้นมีพื้นฐานมาจากความตัวเล็กคล่องแคล่ว ท่าของเขาจึงราวกับภูติผีไม่ปาน เขาคาดเดาทิศทางที่หมิงเวยจะก้าวไปและป