้ายไปด้วย เรื่องทุกอย่างพวกเราไม่ได้ทำเสียหน่อย”
หมิงเวยมองนาง “เจ้ากำลังระบายความรู้สึกอยู่ใช่หรือไม่”
แล้วอาหว่านก็ดุร้ายขึ้น “เกี่ยวอะไรกับท่านด้วยเจ้าคะ!”
หมิงเวยกลับไม่สนใจแล้วพูดต่อช้าๆ “ข้าดูโชคของเจ้า พูดตามเหตุผลเจ้ามีชาติกำเนิดที่สูงส่ง แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่ตกต่ำขนาดไปเป็นสาวใช้ของผู้อื่นแน่”
อาหว่านเลิกคิ้ว “สาวใช้แล้วอย่างไรเจ้าคะ ท่านเคยเห็นสาวใช้ผู้ใดเก่งกาจเท่าข้าบ้าง ข้าเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาที่มีความสามารถของคุณชาย ท่านอย่าพูดเรื่องไร้สาระเลย”
หมิงเวยเลิกคิ้ว “ผู้ใต้บังคับบัญชางั้นหรือ หรือว่าเจ้าไม่ใช่สาวใช้ตระกูลโหวแต่เป็นคนจากหวงเฉิงซือ”
อาหว่านร้องเฮอะ “แล้วอย่างไรเจ้าคะ ข้าจะบอกท่านให้ ข้ามีแผ่นป้ายสายลับตามจริงแล้วท่านต้องเรียกข้าว่าใต้เท้าด้วยซ้ำ!”
หมิงเวยหุบยิ้มแล้วยกมือประสานกัน “ข้าน้อยเสียมารยาทจริงๆ”
อาหว่านร้องหึแล้วหันหน้าไปทางอื่นไม่สนใจหมิงเวยอีก แต่แววตาของนางดูหม่นหมอง ชาติกำเนิดสูงส่งงั้นหรือ รอยยิ้มเย้ยหยันปรากฏบนริมฝีปากของนาง
หมอกด้านนอกหนาขึ้นเรื่อยๆ ท้องฟ้าก็ค่อยๆ มืดลง อาหว่านรู้สึกถึงความผิดปกติ “ทำไมฟ้ามืดเร็วขนาดนี้กัน”
หมิงเวยตอบเสียงเบา “เพราะนี่เป็นข่ายพลังยังไงล่ะ” พูดจบนางก็ออกมาจากรอยแตกของหิน
อาหว่านรีบพูดออกไป “ท่านออกไปทำไมเจ้าคะ กลับเข้ามาซ่อนเร็วเข้า”
แต่หมิงเวยกลับจับมือนางแทน “ออกมา พวกเราต้องทำลายข่ายพลังนี้ซะ”
อาหว่านตกใจแล