ธนูถูกใช้ไปเท่าไรหรือ”
อาหว่านเข้าใจทันทีว่านางหมายถึงอะไร “ท่านหมายถึงอีกฝ่ายกำลังทำให้พวกเราใช้ธนูสิ้นเปลืองงั้นหรือเจ้าคะ”
หมิงเวยพยักหน้า นางพูดจบก็ได้ยินเสียงเจ้าหน้าที่ร้องขึ้นว่า “มีอะไรบางอย่างอยู่ในพงหญ้า!” แล้วก็ระดมยิงธนูออกไปอีกครั้ง คราวนี้พวกเขายิงสัตว์หลากหลายชนิด
อาหว่านเชื่อสนิทใจ “ธนูหน้าไม้พวกเรานำมาไม่น้อย แต่หากยิงออกไปเช่นนี้อาจถูกนำมาใช้จนหมดแน่” เหลยหงไม่สังเกตเห็นปัญหานี้ได้อย่างไรกัน
หลังจากยิงสัตว์เหล่านั้นเขาก็ถามจำนวนลูกธนูที่เหลือแล้วสั่งการทันที “โล่ป้องกัน ตั้งแถว!”
ทหารถือโล่วิ่งออกมามากมายพวกเขาหันหน้าออกไปด้านนอกล้อมรอบขบวนไว้ เมื่อตั้งแถวเสร็จหูก็ได้ยินเสียงลูกธนูพุ่งเข้ามา
หมิงเวยมองลูกศรขนนกที่ตกลงบนพื้นแล้วพูด “โชคดีที่อีกฝ่ายไม่มีธนูหน้าไม้”
ธนูหน้าไม้มีพลังมากกว่าคันธนูและลูกศร หากอีกฝ่ายมีธนูหน้าไม้ฝั่งเราคงตกที่นั่งลำบากแน่ ในขณะที่พูดจู่ๆ ก็ได้ยินเสียงหวีดหวิวของลมที่แหวกผ่านอากาศ
อาหว่านเห็นก็ตกใจ “จรวด!” จรวดถูกยิงเข้ามาไม่ขาดสายตอกติดเข้ากับตัวรถและลุกลามไปอย่างรวดเร็ว
“ลงจากรถ!” อาหว่านตะโกน ทั้งสามคนรออยู่พักหนึ่งเมื่อแน่ใจว่าไม่มีธนูพุ่งตามมาจึงกระโดดลงจากรถ
อาหว่านดึงตัวหมิงเวยแล้วมองไปรอบๆ เพื่อหาที่หลบภัย
“น้องหญิง!” จี้หลิงเป็นกังวลมากเมื่อเห็นว่านางปลอดภัยไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรก็รู้สึกโล่งใจ
หลังจากยิงจรวดในที่สุดการโจมตีที่แท้จ