ทะเลาะกันทั้งสี่มองหน้ากันและเข้าไปในห้องด้วยความโกรธ
“เสี่ยวถง ปิดประตู”
ทั้งเจ็ดคนอยู่ในห้องหมิงเวยชี้ไปทางสาวใช้ทั้งสองคน “พวกเจ้าสองคนไปหวีผมตรงนั้นก่อน” อาหว่านและตัวฝูมองทรงผมรังนกของกันและกันแล้วเดินไปหลังฉากกั้นห้องเงียบๆ
หมิงเวยมองอีกสองคนแล้วถอนหายใจนางรินถ้วยชาแล้วส่งไปให้ “พี่ใหญ่”
จี้หลิงหน้าตึงรับถ้วยชามาแต่กลับไม่ดื่ม เขานั่งลงกับเก้าอี้อย่างแรง “ฮึ!”
หยางชูเหล่มองเขา “ท่านจะฮึทำไม”
จี้หลิงพูดเสียงแข็ง “ท่านรู้ดีอยู่แก่ใจ!”
หยางชูแย้งเขา “ข้ารู้ดีแก่ใจอะไร ท่านพูดมาสิ!”
จี้หลิงขยับริมฝีปากของเขา เขาอยากพูดแต่รู้สึกว่าเรื่องนี้ไม่เหมาะที่จะพูดออกมาจึงบอกไปว่า “เมื่อคืนท่านมอมให้ข้าเมาทำไม”
หยางชูตะคอกกลับ “ข้าจะไปรู้ได้อย่างไรว่าท่านคออ่อนขนาดนั้น เมื่อคืนท่านดื่มไปเท่าไร ข้าก็ดื่มไปเท่านั้นทำไมข้าไม่เมาแต่ท่านเมาล่ะ”
“ข้า…”
“พอแล้ว!” หมิงเวยได้ยินพวกเขาทะเลาะกันก็รู้สึกรำคาญนางมองหยางชู “ท่านคิดว่าพี่ใหญ่จะเป็นเหมือนท่านหรือ สระสุราป่าเนื้อ[1] ตลอดทั้งวันอย่างท่าน ความสามารถในการดื่มจะไม่ดีได้อย่างไร”
เมื่อได้ยินนางโทษตน แต่กลับไม่โทษจี้หลิง หยางชูก็ไม่พอใจ “พูดอะไรของท่าน ข้าจะสระสุราป่าเนื้อได้อย่างไร คำเหล่านี้หมายความว่าอย่างไร ท่านอย่าบอกว่าไม่รู้ สระสุราพอเข้าใจได้ แต่ป่าเนื้อหมายความว่าอย่างไรกัน”
……………………………………………
[1] สระสุราป่าเนื้อ : กินอย่างฟุ่มเฟือย เหลือ