สำหรับความคิดของหยางชูแล้วเพื่อที่จะจับกุมสองคนนี้ได้จะต้องสละอีกกี่ชีวิตก็คุ้มค่า เพียงแต่เขาไม่ได้อยู่คนเดียวในห้องนี้ยังต้องคำนึงถึงความคิดของเจี่ยงเหวินเฟิงกับหมิงเวยด้วย เจี่ยงเหวินเฟิงต้องไม่เห็นด้วยกับความคิดนี้แน่
การเดินทางของพวกเขาในครั้งนี้ได้พาคนธรรมดามามากเกินไป ชีวิตของคนเรามีค่าหากมีวิธีที่นุ่มนวลกว่าทำไมถึงจะไม่เลือกล่ะ
“ท่านทั้งสองมีนามว่าอะไร” เขายิ้มถาม
ซูรื่อฉู่มองเขาเต็มสองตาแล้วยิ้ม “ข้าน้อยซูรื่อฉู่ ท่านคงเป็นใต้เท้าเจี่ยงใช่หรือไม่”
“ข้าคือเจี่ยงเหวินเฟิง”
“ไอหยา เจี่ยงชิงเทียนผู้มีชื่อเสียงไปทั่วหล้าข้าน้อยเลื่อมใสๆ” ซูรื่อฉู่โบกมือข้างหนึ่งทักทายเขา ส่วนหญิงสาวอีกคน เขาไม่ได้คิดจะแนะนำให้ทราบชื่อนาง นางเองก็ไม่อยากส่งเสียง
“ใต้เท้าเจี่ยง ดูเหมือนว่าท่านจะเป็นคนดูแลที่นี่ใช่หรือไม่”
เจี่ยงเหวินเฟิงยิ้มพลางพยักหน้า “จะพูดอย่างนั้นก็ได้”
“ถ้าอย่างนั้นท่านคิดจะทำอย่างไรกับพวกเรา”
เจี่ยงเหวินเฟิงจิบช้าอย่างช้าๆ แล้วตอบไปว่า “เรื่องนี้ควรถามท่านทั้งสองมากกว่าว่าคิดจะทำอะไร ท่านเป็นพันธมิตรกับนายท่านสามเรื่องทั้งหลายที่เขาทำ มีพวกท่านที่คอยสนับสนุนเขาอยู่ด้านหลังใช่หรือไม่”
อีกฝ่ายไม่ตอบคำถาม “ใต้เท้าเจี่ยงกำลังสอบสวนคดีอยู่หรือ”
เจี่ยงเหวินเฟิงยิ้มแล้วส่ายหน้า “ก็แค่พูดคุยกันเพียงแต่ข้าอยากรู้เกี่ยวกับพวกท่านมากเกินไปหน่อย”
รอยยิ้มของซูรื่อฉู่ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง