“คนที่อยากรู้อยากเห็นมักมีชีวิตอยู่ได้ไม่นาน หากใต้เท้าเจี่ยงจะปัดเป่าความอยากรู้อยากเห็นของตนเองออกไปจะดีมาก”
เหลยหงได้ยินเช่นนั้นก็มองด้วยสายตาเย็นชา “นี่คือการข่มขู่งั้นหรือ”
“แน่นอนว่าไม่ใช่” ซูรื่อฉู่ยิ้มบาง “นี่เป็นการเตือนเท่านั้น”
หยางชูหัวเราะเสียงดัง “ถึงขนาดนี้แล้วยังกล้าที่จะเตือนใต้เท้าเจี่ยง ดูเหมือนองค์กรของพวกท่านจะมั่นใจในตนเองมากทีเดียว”
“เอ๋!” ซูรื่อฉู่โบกมือและตอบกลับอย่างสุภาพ “ไม่กล้าๆ แค่มีหลายเรื่องที่พวกเราสามารถทำได้”
หยางชูพูดอย่างเกียจคร้าน “พวกท่านทำอะไรก็ได้ตามที่ต้องการ”
เจี่ยงเหวินเฟิงยังดูสงบเขาพูดต่อไปว่า “ในเมื่อพวกท่านทั้งสองกลับมา เพราะอยากรู้ว่าสถานการณ์ของตนเองเป็นอย่างไร สถานการณ์ในตอนนี้ชัดเจนมาก พวกท่านต้องการมาช่วยหรือไม่ก็ฆ่านายท่านสามแล้วยังคิดที่จะฆ่าปิดปากพวกเรา ส่วนพวกเราก็ต้องการจับกุมพวกท่านและต้องการรู้ความจริงเกี่ยวกับองค์กรที่อยู่เบื้องหลังพวกท่าน”
ซูรื่อฉู่พยักหน้าและมองด้วยความรู้สึกชื่นชม “ที่ใต้เท้าพูดมาเป็นความจริง”
เจี่ยงเหวินเฟิงพูดต่อ “พวกเราเตรียมการล่วงหน้าส่วนพวกท่านไม่คิดยอมแพ้”
ซูรื่อฉู่ยังคงยอมรับต่อสีหน้าของเขาดูจริงใจ “มันเป็นเรื่องจริงหากพวกท่านยังไปไม่ถึงจุดหมายพวกเราก็จะก่อกวนไม่หยุดเพื่อเป้าหมายนี้”
“ดี!” เจี่ยงเหวินเฟิงพยักหน้า “ตอนนี้มีปัญหาแล้วไม่ว่าเรื่องที่พวกท่านต้องการทำหรือเรื่องที่พวกเราต้องการทำล้วน