เป็นไปได้ยากทั้งนั้น…”
ซูรื่อฉู่เห็นด้วย “คืนนี้พวกเรายอมรับว่าทำไม่สำเร็จ แต่ถ้าพวกท่านคิดจะเก็บพวกเราไว้ก็ต้องจ่ายค่าตอบแทนที่สูงมาก อาจพูดได้ว่าพวกท่านไม่มีวันได้ในสิ่งที่พวกท่านต้องการ พวกเราไม่ใช่คนไร้ความสามารถอย่างนายท่านสาม หากพวกเราตกไปอยู่ในเงื้อมมือของพวกท่านจริงๆ พวกเราไม่คิดที่จะหลบหนี แต่จะฆ่าตัวตายทันที”
พูดถึงตรงนี้เขาก็เผยรอยยิ้มกว้าง “ใต้เท้าเจี่ยง ท่านก็เห็นแล้วว่าผลลัพธ์เช่นนี้พวกท่านไม่มีวันชนะ”
“แต่พวกท่านเองก็ไม่คิดที่จะตายนี่” หมิงเวยที่อยู่ด้านหลังพูดขึ้นช้าๆ
ซูรื่อฉู่ถอนหายใจ “ใช่ ชีวิตเป็นสิ่งที่สำคัญมากหากไม่มาถึงทางตันพวกเราก็หวังว่าจะมีชีวิตอยู่ต่อไป”
เจี่ยงเหวินเฟิงพยักหน้า “ตามหลักธรรมชาติของมนุษย์ในเมื่อพวกท่านใกล้จะตายงั้นเรามาเจรจากันดีๆ เถอะ”
“เจรจาอะไร”
เจี่ยงเหวินเฟิงยิ้ม “พวกท่านทิ้งของบางอย่างไว้แล้วพวกเราจะปล่อยพวกท่านไป”
ซูรื่อฉู่ตกใจ “ของอะไร” หมิงเวยยื่นมืออกไปเผยให้เห็นเครื่องรางสวัสดิภาพบนฝ่ามือ “สิ่งนี้ไง!”
ของสิ่งนี้ได้มาจากนายท่านสามเป็นสิ่งของที่มีสัญลักษณ์กุ่ยจินหยาง
หากเป็นไปอย่างที่นางคาดไว้สิ่งนี้คงเป็นป้ายสัญลักษณ์ของกลุ่มดาว
ซูรื่อฉู่ที่จำของสิ่งนั้นได้ก็หน้าเสียทันทีเขาส่ายหน้า “ไม่ได้”
ของสิ่งนี้เป็นสิ่งที่แสดงถึงตัวตนของพวกเขา หากสูญเสียมันไปก็เท่ากับว่าไม่มีตัวตน อาจถูกมองว่าเป็นคนทรยศและจะต้องพบกับจุดจบซึ่งก็คือความตาย
หม