พื่อนของเขา
หญิงสาวหันมามองเขา
“มองอะไร” เขาทำท่าขึงขัง “เจ้ายังไม่เอาออกมาอีก! หรืออยากอยู่ที่นี่คนเดียวกัน”
“….” หญิงสาวถอดแหวนออกมาด้วยความไม่เต็มใจแล้ววางไว้ที่ขอบหน้าต่าง ซูรื่อฉู่หันไปมองในห้องอีกครั้ง “ของอยู่ตรงนี้พวกเราจะออกไปได้อย่างไร บอกมาสักทีเถอะ”
เหลยหงก้าวไปข้างหน้าเพื่อต้องการตรวจสอบ แต่กลับถูกเขารั้งไว้อีกครั้ง
“หากพวกท่านผิดคำพูดขึ้นมาจะทำอย่างไร”
“แล้วหากพวกท่านหลอกพวกเราขึ้นมาจะทำอย่างไร” เหลยหงถามกลับ
ซูรื่อฉู่หยิบแผ่นป้ายและแหวนชูขึ้นมาแล้วเขย่าให้หมิงเวยดู “ท่านคงดูออกใช่หรือไม่ ของสองสิ่งนี้ไม่ใช่วัสดุธรรมดา” หมิงเวยมองอย่างละเอียดแล้วพยักหน้าให้เจี่ยงเหวินเฟิง
เจี่ยงเหวินเฟิงพูด “เอาล่ะ ทิ้งของเอาไว้แล้วพวกท่านไปได้”
ซูรื่อฉู่วางแผ่นป้ายกับแหวนกลับไปไว้ที่หน้าต่างอีกครั้งแล้วผลักให้ออกไปไกลนิดหน่อย “บอกทางออกมา!”
หมิงเวยตอบ “เดินจากทางทิศตะวันตกไปจนถึงตำแหน่งของก้อนหินไปทางซ้ายสิบก้าว ขวาสิบก้าวแล้วถอยหลังเจ็ดก้าวก็ออกไปจากที่นี่ได้แล้ว”
ทันทีที่พูดจบร่างของซูรื่อฉู่ก็จมดิ่งลงไปในความมืดและหายเข้าไปในหมอกทันที เหลยหงรีบนำของสองชิ้นนี้กลับมาที่โต๊ะทันที “พวกเขาไม่ได้หลอกใช่หรือไม่ขอรับ”
หมิงเวยหยิบขึ้นมาดูแล้วพยักหน้า “เป็นของจริง”
เหลยหงรู้สึกโล่งใจ แต่ก็ไม่เต็มใจ “มันคุ้มค่าหรือขอรับที่ปล่อยพวกเขาไปเพื่อของสองสิ่งนี้”
“คุ้มค่าสิ” หมิงเวยสัมผัสกับสัญลักษณ์