่านไม่อยากพูดอะไรหน่อยหรือ”
หมิงเวยประหลาดใจ “คนที่มาคือพวกท่าน ไม่ใช่พวกท่านหรือที่ควรพูด”
“…..” ซูรื่อฉู่ถอนหายใจ
“เอาล่ะ คนซื่อสัตย์มักพูดตามตรงไม่อ้อมค้อม แม้พวกท่านจะมียอดฝีมือหลายคน แต่ก็ยากที่จะรั้งพวกเราไว้”
หยางชูที่กำลังดื่มสุราอยู่ด้านข้างหัวเราะเยาะ “ช่างมั่นใจในตัวเองเสียจริง ไม่ต้องพูดถึงผู้อื่นแค่คนที่อยู่ในห้องนี้พวกท่านก็ไม่สามารถเอาชนะได้แล้ว”
“การช่วงชิงชัยชนะกับสังหารคนมันเป็นคนละเรื่องกัน” ซูรื่อฉู่หัวเราะ “พูดถึงวรยุทธ์ พวกเราอาจไม่ได้ดีไปกว่าพวกท่าน แต่ถ้าพูดถึงการสังหารและหนีตาย พวกเราคือผู้เชี่ยวชาญ เมื่อถึงทางตันและพวกเราหนีต่อไปไม่ไหวแล้ว ทุกคนที่อยู่ในสถานีส่งสารนี้อาจตายไปถึงเจ็ดแปดส่วน”
“เพราะฉะนั้นตอนนี้ท่านกำลังนำชีวิตที่ไม่ได้เป็นของท่านมาเจรจาอยู่หรือ”
ซูรื่อฉู่พยักหน้าแล้วยิ้มทำเหมือนราวกับไม่ได้ยินคำเหน็บแนมจากเขา “ถ้าไม่ใช่เพราะเรื่องนี้พวกท่านจะรออยู่ที่นี่งั้นหรือ”
ฟังพวกเขาหยั่งเชิงกันไปมาฝ่ายหญิงก็ทนไม่ไหวพูดออกไปว่า “พูดไร้สาระอะไรกัน พวกเจ้าพูดกันตรงๆ เถอะ เงื่อนไขอะไรถึงจะยอมปล่อยพวกเราไปน่ะ”
…………………………