มิงเวยที่สวมเสื้อผ้าของอาหว่านยืนอยู่ข้างๆ เหลยหงส่งยิ้มให้ทั้งสองคนที่กลิ้งออกมา
“พบกันอีกแล้ว ใต้เท้า” นางหยุดชะงักแล้วพูดต่อ “หรือให้เรียกท่านว่าซูรื่อฉู่ดี”
ความประหลาดใจปรากฏขึ้นบนใบหน้าเรียบเฉยของชายคนนั้น “ท่าน…”
เมื่อเห็นปฏิกิริยาของเขาหมิงเวยก็พยักหน้า “ดูเหมือนว่าท่านจะเป็นซูรื่อฉู่ตัวจริง”
เมื่อครู่นางแค่คาดเดาอีกฝ่ายเป็นหนึ่งในกลุ่มดาวแล้วสตรีนางนั้นเรียกเขาว่าหนูตายจึงเดาได้ว่าคนผู้นี้คือซูรื่อฉู่
ชายคนนั้นเลิกคิ้วผ่านไปสักพักจึงถาม “เขตผนึกของข้าล่ะ เหตุใดมันจึงฟังคำสั่งของท่าน”
“เพราะว่าข้าเก่งกว่าท่านไง!” หมิงเวยยกแขนเสื้อขึ้น และเหวี่ยงเหรียญทองแดงสองเหรียญออกมา “ของที่ท่านใช้ตรึงเขตผนึกนี้ หาได้สบายเลย”
“…..”
“ฮ่าๆๆ!” ทันใดนั้นสตรีนางนั้นก็หัวเราะขึ้นมา “เจ้าหนูตาย เจ้าไม่ได้พูดอยู่ตลอดหรือว่าวิชาของตนเองนั้นแข็งแกร่งมากแค่ไหน แค่กางเขตผนึกก็ถูกผู้อื่นจับได้แล้ว ช่างน่าหัวเราะจริงๆ!”
ชายคนนั้นกุมหน้าผาก “คุณนาย นี่เจ้ามองสถานการณ์ไม่ออกหรือ เขตผนึกของข้าถูกจัดการแล้ว เจ้าจะดีใจอะไรขนาดนั้นข้าต้องติดอยู่ที่นี่ เจ้าเองก็หนีไปไม่ได้เหมือนกัน!”
สตรีนางนั้นหัวเราะฮิๆ “เห็นเจ้าซวยข้าก็ดีใจ ทำไมหรือ” พูดจบนางมองหมิงเวยแล้วเลิกคิ้ว “นังหนู ต้องขอบคุณเจ้าจริงๆ เห็นไอ้หนูตัวนี้ล้มได้พี่สาวดีใจมาก ข้าจะให้ของขวัญแก่เจ้า!”
พูดจบนางก็ยกมือขึ้นไม่รู้ว่านางโยนอะไรออกมา เหลยหงรีบ