ือนข้างั้นหรือ”
“ไม่ขอรับ เป็นการขอร้อง” จี้หลิงสบตาเขาตรงๆ “คุณชายเป็นลูกหลานของคนในราชวงศ์คงไม่สนใจข่าวลือพวกนั้น แต่น้องสาวของข้าน้อยเป็นแค่สตรีตัวเล็กผู้หนึ่ง คงไม่สามารถทนพายุฝนที่โหมกระหน่ำได้ คุณชายโปรดเข้าใจด้วยเถิดขอรับ”
หยางชูหัวเราะแล้วยื่นมือไปตบไหล่เขา “พี่จี้จริงจังเกินไปแล้วเรื่องเล็กพวกนี้ ออกจากตงหนิงข้าก็ลืมไปหมดแล้ว มาๆๆ มาดื่มกัน!”
ท่าทีของเขาทำให้จี้หลิงอดสงสัยไม่ได้ “คุณชายหยางรับปากแล้วหรือขอรับ”
“ถึงแม้ท่านไม่พูดข้าก็ไม่ยกเรื่องนี้ขึ้นมาหรอก” หยางชูพูดออกมาเต็มปาก “เรื่องที่ท่านกังวล ข้ารับปากท่านแล้วเรามาดื่มกันได้หรือยัง”
จี้หลิงถูกบังคับให้ดื่มสุราโดยไม่ทันได้ตั้งตัวผ่านไปไม่นานเขาก็ทนต่อไม่ไหว หยางชูหยิบขวดซ้ายขวดขวารินให้เขา แสงสลัวในความมืดได้ดับลงเสียงจ้อกแจ้กจอแจในตอนแรกผ่านไป และแล้วสถานีส่งสารก็ได้เงียบลง
หยางชูมองจี้หลิงที่เมามายแล้วพูดกับตัวเอง “กลับเมืองหลวงไปข้าไม่ทำเรื่องนี้อยู่แล้ว แต่ครั้งนี้ต้องไปพบน้องสาวของท่านแล้วล่ะ!” เขาหยิบร่มหนังฉลามแล้วออกไปทางหน้าต่างโดยไม่คิดที่จะเปิดประตู
………………………
[1] งานเลี้ยงหงเหมิน : งานเลี้ยงหงเหมิน เป็นงานเลี้ยงสำคัญในประวัติศาสตร์จีน เมื่อเซี่ยงหยี่ (บ้างเรียกว่า เซี่ยงหวี่, ฌ้อปาอ๋อง ก็มี) ส่งเทียบเชิญหลิวปัง (เล่าปัง) ไปร่วมงานเพื่อหลอกฆ่ากลางงานเลี้ยง ซึ่งแม้จะไม่ประสบความสำเร็จ แต่ก็สร้างความหวาดหวั่นก