อได้ยินหมิงเวยพูดเช่นนั้นเขาก็มีใบหน้าเคร่งเครียด “ทำไม น้อยไปหรือ”
“เปล่าเจ้าค่ะ มากเกินไป” หมิงเวยเปิดกล่องหยิบขึ้นมาให้เขาดูทีละแผ่นพร้อมคำนวณเป็นตัวเลข เมื่อจำนวนเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ใบหน้าที่จริงจังของจี้หลิงก็เปลี่ยนเป็นความตื่นเต้น
ที่บอกว่าตระกูลจี้ตกต่ำลงนั้นไม่ใช่เพราะเกรงใจแต่อย่างใด ในตอนที่ฮูหยินสามยังไม่ออกเรือนนั้น นางต้องเย็บปักถักร้อยเป็นครั้งคราวเพื่อจุนเจือครอบครัว เมื่อนายท่านใหญ่สอบข้าราชการผ่านสถานการณ์ของตระกูลก็ดีขึ้นมาก แต่มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะใช้ชีวิตในเมืองหลวง การงานของนายท่านใหญ่นั้นไม่ได้ราบรื่น เงินเดือนข้าราชการจึงเพียงพอที่จะเลี้ยงดูครอบครัวได้เท่านั้น
ดังนั้นจี้หลิงจึงไม่เคยเห็นเงินมากมายขนาดนี้มาก่อน!
“เยอะอะไรขนาดนี้” หมิงเวยวางโฉนดที่ดินใบสุดท้าย “คำนวณจากราคาตลาดแล้วน่าจะประมาณสามแสนแปดหมื่นตำลึง พี่ใหญ่เจ้าคะ”
จี้หลิงดึงสติกลับมาเขากระแอมหนึ่งครั้งแล้วถาม “น้องคำนวณถูกใช่หรือไม่”
หมิงเวยตอบ “เมื่อก่อนน้องเคยดูท่านแม่และแม่นมคำนวณบัญชีถึงแม้จะผิดพลาด แต่ก็ไม่น่าเกินสามหมื่นตำลึงเจ้าค่ะ”
“มากมายอะไรขนาดนี้…” ตระกูลหมิงไม่ใช่พ่อค้าร่ำรวย ลูกหลานนายท่านหมิงเซียงไม่มีคนไหนได้เป็นข้าราชการใหญ่ จี้หลิงไม่คิดเลยว่าพวกเขาจะมีกิจการใหญ่โตเช่นนี้
หมิงเวยยิ้มนี่ไม่ถือว่ามากมายอะไร ตระกูลที่ร่ำรวยอย่างแท้จริงต้องมีอย่างน้องหลายล้าน นายท่านหมิงเซียงเคย