ยงได้จัดการเรื่องเหล่านี้ไปไม่น้อยแล้ว น้องเองก็เตรียมเก็บข้าวของเถิด ถึงเวลานั้นพวกเราจะกลับเมืองหลวงกัน”
หมิงเวยพยักหน้า “น้องเป็นพยานในคดีนี้เกรงว่าจะต้องร่วมเดินทางไปเมืองหลวงกับพวกเขาด้วยเรื่องนี้ต้องรบกวนพี่ใหญ่แล้ว”
จี้หลิงโบกมือ “เรื่องเล็กน้อยเท่านั้น”
สองวันต่อมาหมิงเวยได้เตรียมการไว้อย่างเหมาะสมโดยขอให้จี้หลิงพาศพของฮูหยินสามไปที่วัดเป่าหลิงเพื่อทำการเผาศพ หมิงเวยทราบดีว่าดวงวิญญาณของฮูหยินสามได้ไปเกิดใหม่แล้ว และนางเองก็ไม่เสียใจ แต่จี้หลิง แม่นมถงและคนอื่นๆ กลับหลั่งน้ำตาออกมา
เมื่อเสร็จสิ้นทั้งสองก็นำขี้เถ้าของฮูหยินสามไปวางบนแท่นบูชาและปฏิบัติตามพิธีต่างๆ อีกด้านหนึ่งหยางชูได้ส่งข่าวมาว่าพวกเขากำลังเดินทางกลับเมืองหลวงแล้ว
………….
“เก็บเสร็จเรียบร้อยแล้ว ระวังด้วย!” ภายในห้องแม่นมถงกำลังสั่งเหล่าสาวใช้เก็บของต่างๆ ซู่เจี๋ยเดินหัวเราะเข้ามาเห็นกล่องหลายใบวางเรียงกันจึงพูดว่า
“แม่นม ของพวกนี้ต้องเอาไปด้วยงั้นหรือ คุณหนูบอกว่าให้นำเฉพาะของจำเป็นไป เมื่อไปเมืองหลวงแล้วต้องการอะไรค่อยไปซื้อทีหลัง”
แม่นมถงตอบ “ยังเบาไป นี่เป็นการออกเดินทาง! อีกทั้งยังเป็นการเดินทางร่วมกับเจ้าหน้าที่อีกมีหลายเรื่องที่ต้องปฏิบัติตามใต้เท้าเหล่านั้น จะพกไปน้อยไม่ได้”
หลังจากเหตุการณ์ในห้องเซ่นไหว้ผู้ตายวันนั้น อาการป่วยของแม่นมถงก็ค่อยๆ ฟื้นตัว เดิมทีนางป่วยทางจิตใจตอนนี้ฮูหยินสามได้รับความเป็น