ธรรมแล้ว หมิงเวยกับตระกูลหมิงเองก็ได้ตัดขาดความสัมพันธ์แล้ว นางไม่จำเป็นต้องกังวลอะไรอีก
ซู่เจี๋ยมองไปที่กล่องที่เต็มมากขึ้นเรื่อยๆ ก็รู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดี แล้วลางสังหรณ์นี้ก็กลายเป็นจริงในไม่ช้า
“อะไรนะเจ้าคะ คุณหนูจะไม่พาพวกเราเข้าเมืองหลวงด้วย!” ปิงซินร้องขึ้นมา
ถ้าเป็นปกติแม่นมถงจะพูดว่านางไม่ควรทำกิริยาเช่นนี้ แต่ตอนนี้แม่นมถงเองก็อยากถามคำถามนี้เช่นกัน
หมิงเวยพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “ไม่ใช่ไม่พาพวกเจ้าเข้าเมืองหลวง พวกเราแค่แยกกันไป” นางรับปากฮูหยินสามไปแล้วจะไม่ดูแลพวกนางได้อย่างไรกัน
“พวกเจ้าเองก็รู้ว่าการไปเมืองหลวงในครั้งนี้ไม่ปกติ พูดตามตรงก็คือข้าเป็นบุตรสาวของขุนนางต้องอาญาต้องถูกคุมตัวไปที่เมืองหลวงจะให้พาคนไปมากมายเช่นนี้เกรงว่าจะไม่เหมาะสม”
“แต่ว่าจะให้ไม่มีใครอยู่ข้างกายคุณหนูเลยก็ไม่ได้”
หมิงเวยยิ้ม “ทำไมจะไม่มี ตัวฝูจะไปกับข้าด้วยมีแค่นางก็พอแล้ว แล้วยังมีพี่ใหญ่ที่คอยคุ้มกันอีกแม่นมจะกังวลอะไร”
นางพูดอีกว่า “แล้วอีกอย่างของต่างหน้าของท่านแม่ต้องมีคนนำไปเมืองหลวง นอกจากแม่นมแล้วข้าจะเชื่อใจใครได้อีก”
ได้ยินประโยคนี้แม่นมถงก็สบายใจนางพูดอย่างไม่เต็มใจว่า “คุณหนูเติบโตขนาดนี้แล้วยังไม่เคยห่างจากบ่าวเลยนะเจ้าคะ!”
หมิงเวยยิ้ม “รอถึงเมืองหลวงก่อน พวกเราก็ได้อยู่ด้วยกันแล้ว”
เมื่อปลอบโยนแม่นมถงเรียบร้อยแล้วหมิงเวยก็สั่งปิงซินกับซู่เจี๋ยเป็นการส่วนตัว “พวกเจ้าเดินทางดีๆ อ