องนี้
ชื่อเสียงของสตรีนั้นสำคัญมากหมิงเวยได้หมั้นหมายกับตระกูลของอีกฝ่าย หากให้พูดถึงเรื่องนี้ถือว่าทำให้ทางตระกูลจี้ต้องอับอาย ถึงแม้ตระกูลจี้จะได้ยินอะไรมา แต่เขาก็ควรถามหมิงเวยอย่างเงียบๆ ไม่ใช่หรือ แต่ในเมื่อเขามาถามต่อหน้าเช่นนี้ หากไม่ตอบเกรงว่าจะไม่ได้
นายท่านสี่ตอบอย่างคลุมเครือ “เสี่ยวชีรู้จักกับคุณชายหยางจริงๆ แต่เรื่องนี้ค่อนข้างซับซ้อนจนใครหลายคนเกิดความเข้าใจผิด หากคุณชายอยากทราบเรื่องราวภายในก็สามารถถามนางได้ให้นางบอกให้ท่านฟังด้วยตนเองเถิด”
สีหน้าของจี้หลิงกลับเย็นชา “นายท่านสี่บ่ายเบี่ยงได้ดีมากเลยขอรับ!”
นายท่านสี่ถูกเขาตะโกนใส่จนตกใจ และได้ยินจี้หลิงพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า “ข้าน้อยเพิ่งได้ยินเรื่องนี้เดิมทีคิดว่าผู้อื่นพูดจาไร้สาระ ผู้ใดจะรู้เล่าว่าพอสอบถามไปสักสองสามอย่าง ถึงได้รู้ว่าเรื่องนี้ไม่ง่ายขนาดนั้น ข้าน้อยได้ยินมาว่าคุณชายหยางมาพบน้องสาวของข้าน้อยเป็นครั้งคราว ซ้ำยังส่งมอบผ้าเช็ดหน้าให้ถึงในเรือน เชิญน้องสาวของข้าน้อยออกจากจวนด้วยใช่หรือไม่ขอรับ” เขาหมายถึงหยางชูเชิญหมิงเวยไปพูดคุยเรื่องนั้นกันที่ร้านอาหาร
ในตอนนั้นพิธีศพของฮูหยินสามเพิ่งผ่านพ้นไป พวกเขาคิดว่าหมิงเวยต้องการเข้าหาหยางชู ด้วยความที่รู้สึกผิดเมื่อเห็นเขาเชิญนางจึงไม่กล้าห้าม พวกเขาจึงปล่อยนางออกจากเรือนไปทั้งอย่างนั้น เรื่องนี้ผ่านไปแล้วก็ปล่อยให้ผ่านไป ไม่คิดว่าจี้หลิงจะยกเรื่องนี้ขึ้นม