หมิงเวยพาตัวฝูเข้าไปในห้องหลิวจิ่ง นางหยิบไม้ปัดฝุ่นออกมาทำความสะอาดโต๊ะบูชาเทพเจ้าอย่างที่ฮูหยินสามเคยทำ
“คุณหนู…” ตัวฝูอยากรับมาทำเองแต่หมิงเวยห้ามไว้
“เทพเจ้าไม่สนใจเรื่องของมนุษย์หรอก” หมิงเวยจุดธูปแล้วกล่าว “กราบไหว้ต่อเทพเจ้าเพื่อความสบายใจเถอะ” ตัวฝูอดไม่ได้ที่จะรู้สึกเศร้าเมื่อนึกถึงสิ่งที่ฮูหยินสามเคยเผชิญ
กราบไหว้สามครั้งเสร็จก็ปักธูปลงกระถาง หมิงเวยหมุนตัวกลับมา “ตัวฝู เจ้าดูให้ดี นี่เป็นวิชาเรียกวิญญาณ”
นางงอนิ้วแล้วท่องคาถาเสียงเบาดึงพลังออกมาช้าๆ แล้วตวัดนิ้วออกไป
“ไป!” พลังลอยกระจัดกระจายออกไป ผ่านไปสักพักตัวฝูก็ได้ยินเสียงเบาๆ จากด้านนอกประตู นางหันกลับไป และเห็นร่างคนผู้หนึ่งที่กำลังเดินผ่านประตูแล้วมายืนอยู่ตรงหน้าพวกนาง
เมื่อเห็นใบหน้าของคนผู้นั้นชัดเจน ดวงตาของตัวฝูไม่ขยับปากของนางสั่นแล้วพึมพำออกมาว่า “คุณหนู…”
ผู้ที่ยืนอยู่ตรงนั้นเป็นเพียงภาพลวงตา รูปร่างหน้าตาของนางเหมือนหมิงเวยราวกับแกะ เป็นภาพลักษณ์ในความทรงจำของตัวฝู
แน่นอนว่ามีความต่างกันอยู่เล็กน้อย แววตาของนางดูคล่องแคล่วกว่าเมื่อก่อนเล็กน้อยไม่ได้เฉื่อยชาขนาดนั้นแล้ว
“ตัวฝู…” นางเอ่ยปากเรียกเบาๆ
น้ำตาของตัวฝูกลิ้งไหลลงพร้อมกัน “คุณหนู…” ทั้งสองคนอยากยื่นมือออกไปสัมผัสกันและกัน แต่เมื่อยื่นมือออกไปกลับว่างเปล่า
ตัวฝูร้องไห้อย่างหนัก “คุณหนู คุณหนูเจ้าคะ…”
“ตัวฝู อย่าร้อง” คุณหนูเจ็ดชะงักไปชั่วขณะ แม้จิต