วิญญาณจะสมบูรณ์แล้ว แต่โง่เขลามาหลายปี ทำให้นางยังเรียนรู้ได้ช้าเล็กน้อยเมื่อเทียบกับคนธรรมดา
“ข้าสบายดี สบายดีจริงๆ”
ตัวฝูเช็ดน้ำตา “หลังจากนี้คุณหนูต้องดูแลตัวเองดีๆ นะเจ้าคะ ตัวฝูไม่สามารถอยู่ข้างกายคุณหนูได้อีกแล้ว บ่าวจะขอพรให้คุณหนูทุกเช้าเย็น คุณหนูจะได้ไปเกิดใหม่ในครอบครัวที่ดีมีความสงบสุขตลอดชีวิต”
คุณหนูเจ็ดเผยรอยยิ้มที่ไร้เดียงสา “เจ้าก็ด้วย ตัวฝู หลังจากนี้คิดถึงตัวเองให้มากใช้ชีวิตอย่างมีความสุขนะ”
“เจ้าค่ะ” ตัวฝูพยักหน้าอย่างแรงจากนั้นก็พูดกำชับอยู่หลายเรื่อง
อันที่จริงนางพูดกำชับไปก็ไม่มีประโยชน์ คุณหนูเจ็ดจะไปเกิดใหม่ในไม่ช้า ถึงเวลานั้นนางก็คงลืมทุกอย่างไปหมดแล้ว
แต่หมิงเวยไม่ได้เตือนนาง คุณหนูเจ็ดเองก็ดูรับฟังอย่างดีจนกระทั่งนางพูดจนพอใจแล้ว พอเห็นพวกนางหยุดคุยกันแล้วหมิงเวยจึงโบกมือ “ตัวฝู มาช่วยข้าหน่อย”
ตัวฝูเดินเข้าไปหาแล้วรับเครื่องรางสวัสดิภาพที่หมิงเวยส่งมาให้ “วิชาเรียกวิญญาณเมื่อครู่ เจ้าจำได้หรือไม่ ลองเรียกดูหน่อย”
ตัวฝูกังวลเล็กน้อย “คุณหนูเจ้าคะ”
“เจ้าลองดู” หมิงเวยพูดอย่างหนักแน่น
ตัวฝูพยักหน้าอย่างกลัวๆ “เจ้าค่ะ”
หมิงเวยถอยออกไปอยู่ด้านข้างมองดูตัวฝูที่ถือเครื่องรางสวัสดิภาพ งอนิ้วแล้วท่องคาถาอย่างที่เรียนมาจากหมิงเวยแล้วดึงพลังออกมา
การเคลื่อนไหวของนางยังดูเก้ๆ กังๆ คาถาที่ท่องก็มีสะดุด แต่ด้วยพลังปีศาจทำให้นางดึงดวงวิญญาณในเครื่องรางสวัสดิภาพออกมา