ได้อย่างราบรื่น
ควันที่ลอยออกมาค่อยๆ เปลี่ยนเป็นรูปลักษณ์ของฮูหยินสาม
คุณหนูเจ็ดนิ่งไปพักหนึ่งแล้วร้องตะโกนออกมา “ท่านแม่!”
น้ำตาที่ปราศจากกายเนื้อไหลลงมาเมื่อเห็นวิญญาณของบุตรสาว ฮูหยินสามก็น้ำตาไหล “เสี่ยวชี!” สองแม่ลูกกอดกันร้องไห้
หมิงเวยมองดูฉากนี้ในใจรู้สึกเศร้าจนบรรยายออกมาไม่ได้ อดไม่ได้ที่จะถอยหลังออกไปก้าวหนึ่ง
นางได้ยินฮูหยินสามถามซ้ำไปซ้ำมา “หลายวันมานี้ลูกเป็นอย่างไรบ้าง แม่ขอโทษ แม่ไม่รู้ว่าลูก…”
“ลูกสบายดีเจ้าค่ะ หลายวันมานี้ลูกอยู่แต่ในห้องตลอด ไม่ต้องตกใจกลัวกับสิ่งภายนอกแล้ว ท่านแม่ ท่านดูสิ ลูกไม่โง่เขลาอีกต่อไปแล้ว”
“ดีๆๆ แม่รู้ เสี่ยวชีฉลาดหลักแหลม…”
“ท่านแม่ ลูกคิดถึงท่านแม่มาก”
“แม่ก็คิดถึงลูก หลังจากนี้เราจะไม่จากกันไปไหนอีก พวกเราแม่ลูกจะอยู่ด้วยกันตลอดไป” หมิงเวยฟังอย่างเงียบๆ พวกนางสองแม่ลูกดูเหมือนจะยังคุยกันไม่จบ แสดงความดีใจและความรักต่อกันซ้ำแล้วซ้ำเล่าโดยไม่รู้สึกเบื่อเลย
นางอดไม่ได้ที่จะนึกถึงตอนที่ฮูหยินสามยังมีชีวิตอยู่ ตอนนั้นนางยังไม่รู้ว่าตนไม่ใช่บุตรสาวของนาง ตนได้รับการปฏิบัติอย่างดี แต่ไม่ว่าจะดีอย่างไรก็ไม่เท่าตอนนี้ ความสนิทสนมกันที่เป็นธรรมชาติ
ตัวปลอมอย่างไรก็คือตัวปลอมไม่มีทางกลายเป็นตัวจริงได้ นางใจลอยอย่างเงียบๆ จมอยู่กับความคิดของตนเอง
ผ่านไปสักพักก็ได้ยินฮูหยินสามพูดว่า “เสี่ยวชี มานี่สิ” หมิงเวยมองสองแม่ลูกที่เดินมาอยู่ตรงหน้านางอย