งตาคู่สวยของนางมีน้ำตาไหลริน
“ไม่ ไม่นะ!”
“อย่ามองข้าเช่นนั้น! ข้าต้องฆ่าท่าน ต้องฆ่าท่าน!”
“ข้าไม่ใช่สามีของท่าน ไม่ใช่!”
“ตายซะเถอะ!”
“อาอวี๋…” นายท่านสามตกอยู่ในจินตนาการของตัวเอง สีหน้าเขาดูน่ากลัวชั่วขณะแล้วก็เปลี่ยนเป็นสีหน้าวิงวอน หมิงเวยหายใจเข้าลึกๆ เพื่อสงบสติอารมณ์ของตนเอง
“เขาเป็นเช่นนี้ คงไม่ใช่รับไม่ไหวจนฆ่าตัวตายหรอกนะ” หยางชูแตะคางพลางถาม
หมิงเวยตอบกลับอย่างเฉยชา “คนอย่างเขามีจิตใจแน่วแน่ ไม่น่าจะฆ่าตัวตาย แต่จะเกิดขึ้นหรือไม่ พวกท่านคงต้องจับตาดูเขาอย่างใกล้ชิด”
หลังจากมองดูอย่างถี่ถ้วนสักพักนางก็พูดอีกครั้ง “เรื่องของกลุ่มดาว เขาคงไม่พูดออกมาในตอนนี้ ในช่วงที่เขากำลังทรมานอยู่นี้พวกท่านจะลองอีกครั้งหรือไม่”
หยางชูพยักหน้า “หวงเฉิงซือมียาลับ เมื่อถึงเวลานั้นคงต้องลองใช้กับเขา เฮ้อ…ยานั้นมีค่ามาก ข้ารู้สึกลังเลนิดหน่อยที่ต้องใช้กับเขา”
“หากมันทำให้สามารถรู้ความสัมพันธ์เบื้องหลังของเขาได้ ยานั่นก็ควรค่าที่จะใช้” พูดจบหมิงเวยก็เปิดประตูห้องเซ่นไหว้ผู้ตาย
อาหว่านยืนอยู่ที่ประตู นางรีบเดินเข้ามาหาด้วยความตื่นเต้น “เป็นอย่างไรบ้างๆ”
เมื่อเห็นว่านายท่านสามกุมหัวตนเองด้วยความเจ็บปวด นางจึงดึงแขนเสื้อของหมิงเวยและถามว่า “วิชาลับนี้มีราคาเท่าไร หนึ่งพันตำลึง หนึ่งหมื่นตำลึง ท่านพูดมาได้เลย!”
หมิงเวยดีดหน้าผากนาง “ต้องขอโทษด้วย วิชาลับของท่านอาจารย์ ไม่อาจถ่ายทอดได้!”
“อย่าขี