ำเสียงเย็นชา “ข้าไม่เคยพูดว่าคนที่ช่วยท่านที่วัดเป่าหลิงเป็นข้า แต่ท่านคิดไปเองว่าเป็นเช่นนั้น”
“ใช่ ข้าผิดเอง” ฮูหยินสามพูดเสียงเรียบ “ต้องโทษที่ข้าไม่เคยมองตัวท่านออกเลย สามีภรรยาที่รักกันอะไร ข้าคิดไปเองฝ่ายเดียวต่างหาก”
ท่าทางของนางดูสงบมากทำเอานายท่านสามอดไม่ได้ที่จะรู้สึกสั่นไหว
ใช่ ที่นางพูดมาถูกต้องเป็นเพราะนางมองเขาไม่ออก มันไม่เกี่ยวกับเขาเสียหน่อย…
“ข้ามักนึกถึงวันแต่งงานของเรา ท่านในตอนนั้นมีน้ำใจที่กว้างขวางมากแค่ไหน มันทำให้ข้ารู้สึกว่าข้าได้แต่งงานกับสามีที่ดีที่สุดในใต้หล้า หลายปีมานี้แม้ยามที่ข้าทุกข์ทรมานมากที่สุดข้าก็ไม่รู้สึกเสียใจเลย”
นางหยุดชะงักแล้วถอนหายใจเบาๆ “แต่หลายวันมานี้ที่ได้อยู่กับท่าน ได้เห็นท่านที่ต่างไปจากเดิม หมิงเชิน ท่านบอกข้าทีว่าท่านเอาสามีของข้าไปซ่อนไว้ที่ใด คนที่แสนดีขนาดนั้นท่านซ่อนเขาไว้ที่ใดกัน”
น้ำเสียงของนางยังคงนิ่งสงบ แต่ความสิ้นหวังที่ซึมซาบเข้าไปถึงไขกระดูกได้ถักทอเป็นเส้นไหมที่แผ่ขยายออกมา
ในที่สุดนายท่านสามก็ก้มหน้าลงไม่เงยหน้าขึ้นมาอีก
“ตอนที่ท่านฆ่าข้า ท่านรู้สึกอย่างไรกันแน่ หลอกลวงข้า มองข้าขายตัวให้ชายคนแล้วคนเล่า ท่านไม่รู้สึกสะทกสะท้านแม้แต่น้อยเลยหรือ บุรุษที่สาบานต่อทะเลและภูเขาว่าจะรักกันชั่วฟ้าดินสลายเป็นท่านจริงๆ หรือ พอถูกข้ารู้ถึงตัวตนของท่าน ท่านกลับไม่ลังเลที่จะฆ่าข้า…ข้ามีตัวตนแบบไหนในหัวใจของท่านกันแน่”
…………………