กระเซอะกระเซิง ขาหักไปข้างหนึ่ง มองจากภายนอกแล้วไม่เหลือเค้าความหล่อเหลาของสุภาพบุรุษเลย แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังคงความสงบนิ่งไว้อยู่
หมิงเวยอดคิดไม่ได้ว่าคนฉลาดมักหลงผิดง่ายเป็นพิเศษหรือเปล่า ในตอนที่ท่านอาจารย์พูดถึงประวัติศาสตร์ในช่วงนี้ ท่านเคยแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับคนผู้หนึ่ง คนผู้นั้นเรียกได้ว่าเป็นเสวียนชื่อที่เก่งกาจที่สุดในใต้หล้า แต่เป็นเพราะเขา ประวัติศาสตร์จึงเริ่มต้นบนเส้นทางที่เปื้อนเลือด
“เหตุใดถึงทำเช่นนั้นกับท่านแม่” นางถาม “ตระกูลจี้ตกต่ำไปนานแล้วในตอนนั้นท่านยืนยันที่จะแต่งงานกับนางไม่ใช่เพราะว่ารักนางหรอกหรือ”
อาจเป็นเพราะน้ำเสียงที่จริงใจของนาง นายท่านสามถึงยอมตอบกลับไป “ข้ารักนาง”
“ในเมื่อท่านรักนางแล้วท่านทนให้ผู้อื่นรังแกนางได้อย่างไร”
นายท่านสามเงยหน้าขึ้นมองนางอย่างจริงจังสักพักแล้วจู่ๆ เขาก็ยิ้มออกมา
“ข้าไม่รู้ที่มาของเจ้า แต่พอเห็นท่าทางของเจ้าแล้ว คงเป็นสตรีที่ยังมีอายุไม่มากเท่าไรนัก ไม่เช่นนั้นคงไม่ถามคำถามเช่นนี้ออกมา ในตอนนั้นข้าหนีออกจากเป่ยหูโดยเปลี่ยนชื่อเสียงเรียงนามไม่ให้ผู้อื่นรู้ คนแรกที่ข้าต้องการไปหาก็คือนาง ผู้ใดจะรู้เล่าว่านางกับพี่สอง…”
“ท่านรู้อยู่แล้วว่าสัตว์เดรัจฉานอย่างนายท่านสองบังคับนาง!”
นายท่านสามยังคงยิ้ม “จะบังคับหรือไม่ในตอนนั้นก็คงไม่มีความหมายอะไรแล้ว นางได้มีชายอื่นไปแล้วจะให้ข้าทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นงั้นหรือ เป็นเช่นนั้