เวยเหลือบมองนางอย่างไม่แยแสและโยนมีดคาดเอวกลับไป
ฮูหยินหกกรีดร้องแล้วทุบตีนาง “เจ้ามันนังงูพิษ! ต่ำเหมือนแม่ของเจ้า! เจ้ากล้าฆ่าเขา กล้าฆ่าเขาได้อย่างไร!”
“ปล่อยคุณหนูนะเจ้าคะ!” ซู่เจี๋ยกับปิงซินโกรธมากรีบพากันเข้าไปดึงนางออกมา เกิดความวุ่นวายในห้องเซ่นไหว้ผู้ตาย ฮูหยินผู้เฒ่าที่ร้องไห้อย่างหนัก ฮูหยินหกที่ตะโกนด่าทอเสียงดังอย่างกับอยู่ในตลาด
แม่นมถงตอนนี้น้ำตาไหลพรากนางพึมพำ “ฮูหยินเจ้าคะ ท่านเห็นหรือไม่ ไอ้คนที่รังแกท่านมันตายแล้ว! ในที่สุดเขาก็ตายแล้ว!” นางเศร้าโศกจนต้องปิดหน้าร้องไห้ออกมา
“ข้าจะฟ้องเจ้าๆ!” ฮูหยินหกตะโกนด่าอย่างไร้สติ “เจ้ากล้าฆ่าผู้อาวุโส เจ้าต้องถูกลงโทษด้วยวิธีฆ่าหั่นศพถูกผู้คนในใต้หล้ารุมด่าทอ!”
หมิงเวยกวาดตามองไม่คิดสนใจนางแล้วเดินไปอยู่ตรงหน้านายท่านสาม
“ท่านคิดว่ากระตุ้นให้ข้าฆ่าเขาแล้วข้าจะเกิดปัญหางั้นหรือ” นายท่านสามมองนางอย่างเย็นชา
นางหัวเราะเบาๆ “บอกว่าข้าฆ่าคนมีผู้ใดเห็นบ้างล่ะ”
อาหว่านเป็นคนแรกที่ส่ายหน้าแล้วพูดออกมาเสียงดัง “ข้าน้อยไม่เห็นอะไรเลย! ฆ่าคนที่ไหนกัน ไม่มีเจ้าค่ะ!”
หยางชูที่ยืนดูการแสดงอยู่ตลอดหัวเราะแล้วพูดช้าๆ “ฆ่าคนงั้นหรือ ไม่ใช่เป็นเพราะนายท่านหกรู้สึกละอายใจจนชักมีดเพื่อฆ่าตัวตายเองหรอกหรือ”
พอได้ยินเช่นนั้นฮูหยินผู้เฒ่าและฮูหยินหกก็รู้สึกหมดอาลัยตายอยาก
เมื่อมองไปที่คนอื่นๆ สีหน้าของแม่นมถง ซู่เจี๋ยและปิงซินเต็มไปด้วยความเกลียด