ูดขัดจังหวะหมิงเวย นางชะงักแล้วพูดด้วยน้ำเสียงไม่เห็นด้วยแต่มีความอ้อนวอน “เสี่ยวชี ย่ารู้ว่าแม่ของหลานได้รับความไม่เป็นธรรม แต่เรื่องนี้ช่างอัปยศนัก อย่างไรนางก็เป็นสตรีคนหนึ่งหลานพูดเปิดเผยออกมาเช่นนี้ ผู้อื่นจะมองนางอย่างไรหลานต้องการให้เฉิงเกอ และฮ่าวเกอจดจำเรื่องที่นางถูกเหยียดหยามเช่นนี้ไปตลอดหรือ เรื่องสกปรกเช่นนี้…”
“มันเป็นเรื่องสกปรก!” หมิงเวยพูดแทรก “แต่ผู้ที่ทำเรื่องสกปรกนี้ไม่ใช่ท่านแม่!”
น้ำเสียงของนางเยือกเย็นและแข็งกร้าวราวกับภูเขาน้ำแข็งที่ซ่อนเปลวไฟเอาไว้ “ผู้ที่ถูกเหยียดหยามคือท่านแม่เหตุใดนางต้องกล้ำกลืนความเจ็บช้ำน้ำใจด้วย ถ้าถูกทำให้อับอายแต่ไม่ได้รับความเป็นธรรม คนที่ทำเรื่องชั่วช้าไม่ถูกลงโทษแล้วความยุติธรรมอยู่ที่ไหนบนโลกใบนี้หรือ”
“เจ้า…”
“วันนี้ข้าต้องการเปิดเผยเรื่องราวสกปรกนี้ออกมาให้ได้รู้ว่าผู้น่าเกรงขามแห่งตระกูลหมิงทีละคนนั้นเนื้อแท้ข้างในเป็นเช่นไร!”
“พี่เจ็ด….” เสียงของหมิงฮ่าวสั่น “พี่หมายความว่าอย่างไรหรือว่าท่านพ่อ…”
ฮูหยินสองได้ยินเช่นนั้นก็รู้สึกว่าไม่ถูกต้องจึงรีบห้าม “เสี่ยวชี!”
แต่หมิงเวยกลับไม่สนใจนางทำลายความหวังสุดท้ายของหมิงฮ่าวอย่างไม่ลังเล “ใช่ ท่านพ่อของเจ้าก็เป็นหนึ่งในสุนัขพวกนั้น!”
สีหน้าของหมิงฮ่าวเหมือนคนใจแตกสลายเขามองนายท่านสองที่อยู่บนพื้น พูดด้วยเสียงแหบพร่า “เป็นไปได้อย่างไร ท่านพ่อจะเป็นไปได้อย่างไร…”
ในสายตาของเขา ถึงแม้