ร
หมิงเวยไม่ปล่อยเขาไป “เพราะท่านเจอท่านแม่ก่อน แต่ไม่กล้าแข่งกับพี่ชายตนเอง ได้แต่มองนางแต่งงานกับคนไร้มนุษยธรรม ท่านรู้อยู่นานแล้วว่าท่านแม่ถูกลบหลู่ดูหมิ่นอย่างไร แต่ก็ได้แต่มองดูอย่างเงียบๆ มองนางดิ้นรนอยู่ในนรก ท่านคิดว่าท้ายที่สุดลุกขึ้นยืนมาได้ก็ไม่เป็นอะไรแล้วอย่างนั้นหรือ คิดว่าจะสามารถล้างบาปของตนเองออกไปได้หรือ ครอบครัวจะกลับมารวมตัวและอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขในอนาคตได้หรือ หากเป็นเช่นนั้นแล้วที่ท่านแม่ต้องทนทุกข์มาตลอดสิบปีคืออะไร คิดว่าชีวิตของพวกเราแม่ลูกเป็นอะไรกัน!”
สิ้นคำพูดสุดท้ายเสียงสูดลมหายใจดังขึ้นในห้องเซ่นไหว้ผู้ตาย
แม่นมถงยืนขึ้นสีหน้าของนางดูงุนงง “คุณหนู ท่านเข้าใจผิดไปหรือเปล่า นายท่านสี่…ตอนนั้นจะเป็นนายท่านสี่ได้อย่างไรกันเจ้าคะ”
หมิงเวยยิ้มเย็นแล้วมองนายท่านสี่ “ใช่หรือไม่ ให้เขาพูดออกมาเอง! ท่านอาสี่ ท่านกล้าบอกด้วยตนเองหรือไม่เล่า”
นายท่านสี่หลับตาลง ปากของเขาสั่น คนในตระกูลหมิงที่ได้ยินคำพูดเหล่านี้ นอกจากฮูหยินสี่และหมิงเฉิงแล้วทุกคนต่างก็แสดงสีหน้าตกใจ
ตั้งแต่ฮูหยินผู้เฒ่า ฮูหยินสอง ไปจนถึงนายท่านหกและฮูหยินหก ทุกคนต่างเบิกตากว้าง แม้กระทั่งนายท่านสองที่คุกเข่าอยู่บนพื้นยังมีสีหน้าสับสน
ตอนนั้นเป็นนายท่านสี่หรอกหรือแล้วทำไมเขาไม่พูดออกมา ในปีนั้นถือเป็นเรื่องราวดีๆ ของตงหนิงที่ว่านายท่านสามชอบช่วยเหลือผู้อื่นถึงได้กลายเป็นบุพเพสันนิวาสที่งดงามเช