คนพวกนี้
“ใครอยู่ข้างนอก! เข้ามาหน่อย!” ฮูหยินผู้เฒ่าตะโกนเสียงดัง น่าเสียดายที่ข้างนอกไม่มีผู้ใดตอบรับ
อาหว่านพูดอย่างเกียจคร้านว่า “ฮูหยินผู้เฒ่า ท่านเก็บแรงไว้ดีกว่าเจ้าค่ะ! คนข้างนอกนั่นเป็นคนของข้าน้อยเอง”
“เจ้า…”
ฮูหยินสองเห็นท่าไม่ดีจึงรีบเข้าไปปลอบ “ท่านแม่อย่าโกรธเลยเจ้าค่ะ เสี่ยวชีไม่ใช่คนที่ไม่ให้ความสำคัญใคร รอดูว่านางจะพูดอะไร…”
หลายวันมานี้ฮูหยินผู้เฒ่าโกรธเคืองนางอยู่ยิ่งมาได้ยินคำพูดนี้ยิ่งโกรธกว่าเดิม “เจ้าอย่าพูดเลย! ความคิดของเจ้าถูกเด็กคนนี้เป่าหูไปหมดแล้วจนไม่รู้ว่าตนเองเป็นคนตระกูลใด!”
ฮูหยินสองหน้าซีดเผือดไม่รู้จะพูดอะไรไปชั่วขณะจึงถือโอกาสไม่พูดเสียเลย
หมิงเวยมองอย่างเย็นชา ซู่เจี๋ย ปิงซินและแม่นมถงที่อยู่ด้านหลังของนางเองก็ไม่พูดอะไรออกมาสักคำ
อย่างที่อาหว่านบอกไปบริเวณโดยรอบถูกควบคุมโดยคนของนางแล้ว พวกนางโวยวายไปก็ไร้ประโยชน์
ในที่สุดเป็นนายท่านสี่ที่พูดด้วยความไม่สบายใจ “เสี่ยวชี ตกลงหลานมีเรื่องอะไรกันแน่ ตอนนี้ทุกคนมากันหมดแล้วรีบพูดออกมาเถอะ ท่านย่าของหลานร่างกายไม่แข็งแรง อย่าทำให้นางโกรธเลย”
หมิงเวยพยักหน้าให้เขา “ท่านอาสี่โปรดรอสักครู่ยังมีอีกสองคนที่ยังมาไม่ถึง”
นายท่านสี่ชะงักแล้วเขาก็นึกอะไรขึ้นมาได้แต่ก็เงียบเอาไว้ ทั้งร้องไห้ทั้งโวยวายแล้วก็ไม่มีประโยชน์ ฮูหยินหกจึงค่อยๆ สงบลง
ไม่มีผู้ใดในห้องเซ่นไหว้ผู้ตายพูดอะไรออกมาอีก เป็นความเงียบที่ค่อนข้