ายตาของนางไม่ใช่เด็กอีกต่อไปแล้ว ที่เขาพูดมาก็ไม่ผิด เด็กวัยนี้ในครอบครัวยากจนเริ่มทำงานหาเงินแล้ว ยิ่งไปกว่านั้นหากเขาไม่มีบิดาแล้ว เขาไม่สมควรจะรู้ความเลยหรือ
ฮูหยินสองมองบุตรชายแล้วพูดว่า “ลิ่วเอ๋อร์ หากลูกอยากรู้แม่ก็จะบอกลูก”
…………
เจี่ยงเหวินเฟิงลงมือปฏิบัติงานอย่างจริงจังในเวลาเพียงสามวันตงหนิงก็กลับมาสงบสุขอีกครั้ง ม้าเร็วถูกส่งไปยังเมืองหลวงเพียงรอเบื้องบนสั่งการลงมา พวกเขาก็จะนำหลักฐานอาญาและผู้ที่เกี่ยวข้องไปยังเมืองหลวงทันที
หยางชูที่กลับมาจากข้างนอกเห็นเจี่ยงเหวินเฟิงดูเหนื่อยล้าจึงพูดออกไปว่า “ท่านไม่ได้นอนมาทั้งคืนเลยหรือ เห็นท่านเป็นเช่นนี้แล้วอย่างกับตาแก่อดนอนเลย!”
เจี่ยงเหวินเฟิงลูบใบหน้าตนเอง “ท่านบอกให้ข้าอย่าอดนอน ท่านก็ควรทำงานให้เยอะกว่านี้สิ! หากท่านไม่ทำก็เป็นข้าที่ต้องทำแทน”
หยางชูรู้สึกไม่ยุติธรรม “ข้าทำน้อยตรงไหนกัน แล้วการตายของอู๋ควนใครกันที่เป็นคนตรวจสอบ ไม่ใช่ข้าหรอกหรือ”
“แล้วท่านตรวจพบอะไรบ้างหรือไม่”
หยางชูพยักหน้า “ตอนนี้ข้ามั่นใจแล้วว่าการตายของอู๋ควนมีคนจงใจให้เกิดขึ้น เพื่อที่จะช่วยจวิ้นอ๋องเขาจึงถูกผู้อื่นชักนำ คนผู้นั้นฉลาดมาก ข้าตรวจสอบแล้วแทบไม่พบร่องรอยอะไรเลย”
เจี่ยงเหวินเฟิงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดว่า “เรื่องนี้ประมาทไม่ได้ ทั้งคนที่อยู่เบื้องหลังนายท่านสาม อู๋ควนเองก็เช่นกัน หากเป็นคนกลุ่มเดียวกันจริงก็ถือว่าน่ากลัว”
เหตุใดจะไม่น่า