จนเขาพูดจบหยางชูจึงยิ้ม “พอดีเลย ข้ามีวิธี ท่านอยากลองดูหรือไม่” เจี่ยงเหวินเฟิงมองเขาอย่างสงสัย
หยางชูไม่เปลี่ยนสีหน้า “วิธีนี้คงต้องขอยืมคนสักสองสามคน”
“ผู้ใดกัน”
“คนจากตระกูลหมิง” เขาคิด “หากนำฉีตงจวิ้นอ๋องไปด้วยจะดีที่สุด”
เจี่ยงเหวินเฟิงส่ายหน้า “คนในตระกูลหมิงท่านพาไปได้ตามใจชอบ แต่ฉีตงจวิ้นอ๋องท่านจะแตะต้องไม่ได้”
“ข้าไม่ได้แตะต้องเขาเพียงแค่ยืมมาใช้ก็เท่านั้น”
“ไม่ได้!” เจี่ยงเหวินเฟิงกล่าวอย่างหนักแน่น “อู๋ควนตายอย่างลึกลับ จะต้องห้ามเกิดข้อผิดพลาดกับฉีตงจวิ้นอ๋องอีก”
หยางชูรู้อารมณ์ของเขาดี เห็นเขาเป็นเช่นนี้จึงไม่คิดเถียงสู้อีกทำได้แค่ถอนหายใจอย่างยอมแพ้ “ได้ๆๆ ท่านเป็นหัวหน้าคำพูดของท่านคือที่สุด”
เจี่ยงเหวินเฟิงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งจึงถามกลับ “นี่เป็นความคิดของคุณหนูเจ็ดหรือ”
หยางชูเลิกคิ้ว “ท่านเดาถูกได้อย่างไร”
เจี่ยงเหวินเฟิงยิ้ม “คนที่ใช้งานท่านได้ นอกจากนางแล้วยังมีใครอีก”
เขาหยุดไปพักหนึ่งแล้วพูดต่อว่า “เดิมทีข้าไม่ควรยุ่งงานในส่วนของท่าน แต่พวกเราเดินบนเส้นทางเดียวกันมีมิตรภาพกัน…”
“อยากถามก็ถามมาเถอะ” หยางชูไม่ใส่ใจ “ใต้เท้าเจี่ยงทำตัวซาบซึ้งเช่นนี้ตั้งแต่เมื่อใดกัน”
“ได้!” เจี่ยงเหวินเฟิงตอบ “ทุกวันนี้ชื่อเสียงของคุณหนูเจ็ดแทบจะพังเพราะท่าน ถึงแม้เพื่อการสืบคดี แต่นางเป็นสตรีผู้หนึ่งจะไม่สนใจใยดีเลยไม่ได้ ท่านคิดจะทำอย่างไร”
หยางชูตอบไปว่า “จะให้ทำอย่างไรเป็นไ