จึงพูดต่อไปว่า “สะใภ้ไปสอบถามบางอย่างจากเสี่ยวชีจึงมาเพื่อขอความเห็นจากท่านแม่เจ้าค่ะ”
ฮูหยินผู้เฒ่ารู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ คำพูดของนางชัดเจนมากจนเป็นไปไม่ได้ที่ฮูหยินสองจะไม่เข้าใจแล้วทำไมนางถึงหลีกเลี่ยงที่จะพูดด้วยเล่า
จิตใจของฮูหยินผู้เฒ่าค่อยๆ จมลง “พูดมา”
“ท่านพี่ได้ทำความผิด” ฮูหยินสองพูดเบาๆ “จนอาจเกิดการค้นบ้านยึดทรัพย์และประหารทั้งครอบครัวเจ้าค่ะ”
“….”
ความเงียบของฮูหยินผู้เฒ่าทำให้ฮูหยินสองรู้สึกใจหาย
เรื่องที่เกิดขึ้นกับฮูหยินสามจำต้องบังคับให้พวกนางต้องร่วมแสดงละครไปด้วย ในใจมีความคาดหวังไม่มากก็น้อย แต่ไม่คาดคิดว่าเรื่องต่างๆ จะมาถึงเร็วเพียงนี้
ผ่านไปสักพักฮูหยินผู้เฒ่าจึงพูดออกมา “พูดต่อเถอะ”
“เจ้าค่ะ”
ฮูหยินสองตัดสินใจแน่วแน่ทำได้เพียงกัดฟันพูดต่อไป “ตอนนี้เกิดเรื่องขึ้นแล้ว ไม่เพียงแค่ท่านพี่เท่านั้น พี่ใหญ่กับน้องห้าที่อยู่ที่เมืองหลวงก็มีส่วนเกี่ยวข้องด้วย เสี่ยวชีบอกว่าการยกเลิกประหารทั้งครอบครัวเป็นพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้ของฝ่าบาท”
ฮูหยินผู้เฒ่ามองอย่างเฉยชา นางเดาได้ว่าฮูหยินสองคิดจะพูดอะไร
“คุณชายหยางหมายความว่าพวกเราควรให้ความร่วมมือรายงานความผิด ยืนหยัดเพื่อความยุติธรรม หากเป็นเช่นนั้นก็จะสามารถช่วยลูกหลานเอาไว้ได้และยังพอมีหวัง ไม่เช่นนั้นคงต้องเกี่ยวข้องกันไปทั้งตระกูล”
ฮูหยินสองจงใจพูดให้กลายเป็นคำพูดของคุณชายหยาง เช่นนี้ก็มีน้ำหนักเพียงพอแล้ว