หมิงเวยแบมือ บนฝ่ามือขาวเนียนมีเครื่องรางวางอยู่
เมื่อคืนพอพบว่าเครื่องรางนี้แตกต่างออกไปยังไม่ทันได้พูดอะไรก็ถูกกลุ่มกบฏขัดจังหวะ
หยางชูไม่เข้าใจความหมายของนาง “ของสิ่งนี้ทำไมหรือ”
หมิงเวยตอบ “ข้าทำเรื่องพวกนี้ หนึ่งก็เพื่อแก้แค้นให้ท่านแม่ สองก็เพื่อหาเส้นทางชีวิตให้ผู้หญิงและเด็กในตระกูลหมิง แต่ที่ท่านและใต้เท้าเจี่ยงอนุญาตให้ข้าเข้าร่วมด้วยเพราะข้าสามารถหาเบาะแสสำคัญให้พวกท่านได้”
“แล้วอย่างไร”
“ตอนนี้ความจริงของการเสียชีวิตของเกิงซานได้ปรากฏขึ้นแล้ว การก่อกบฏของฉีตงจวิ้นอ๋องได้ถูกเปิดเผยไปทั่วหล้า ความสัมพันธ์ของพวกเราถือว่าจบกันแล้วเจ้าค่ะ”
หยางชูหัวเราะ แววตาคู่นั้นของเขามองอย่างไรก็ราวกับกำลังเล่นหูเล่นตา “ความสัมพันธ์ของพวกเราเป็นอย่างไร แม่นางหมิงช่วยบอกให้ข้าฟังหน่อยได้หรือไม่”
ฟังดูเหมือนหยอกล้อ
สีหน้าหมิงเวยดูไร้อารมณ์ “ต้องให้ข้านำเรื่องนี้เขียนเป็นหนังสือแล้วให้ผู้อื่นนำไปอธิบายให้ฟังทุกที่หรือไม่เจ้าคะ เพื่อคดีแล้วคุณชายท่านหนึ่งได้ติดต่อกับหญิงสาวบริสุทธิ์ทำให้ครอบครัวของนางพังพินาศ เสื่อมเสียชื่อเสียง ตระกูลหมิงอาจจะต้องถูกยึดทรัพย์ หากนางต้องเข้าไปอยู่ในตระกูลโหวก็ไม่รู้ว่าจะอยู่ในฐานะอะไร”
“….” หยางชูน้อมตัวประสานมือ “ถือว่าข้าพูดผิดไป ข้าไม่ขัดจังหวะท่านแล้ว”
หมิงเวยยิ้มมุมปาก นางไม่เข้าใจเหมือนกันว่าการพูดจาประชดมีประโยชน์อะไร ไม่เข้าใจทุกครั้งเลยเสียที
“คดีนี