าก เช่นนั้นจะเป็นการดึงพวกเราไปในทางที่ผิดหรือไม่”
“จะไปในทางที่ผิดอย่างไรเจ้าคะ” หมิงเวยพูดอย่างจริงจัง “หากไม่มีข้า พวกท่านจะสืบหาเบาะแสพบงั้นหรือ ปล่อยให้คนอันตรายเหล่านี้อยู่นอกกฎหมาย หวงเฉิงซือไม่ทำการทำงานหรืออย่างไรกัน”
“หึๆ พวกเราไม่ทำการทำงานมาหลายสิบปีแล้ว”
หมิงเวยรู้ว่าเขาอารมณ์ไม่ดีจึงเลิกกวนประสาทเขา “ก่อนที่ผู้ที่ช่วยนายท่านสามจะจากไป ท่านจำได้หรือไม่ว่าข้าพูดกับเขาว่าอย่างไร”
“ท่านไม่ใช่เสวียนชื่อ แต่เป็นปรมาจารย์แห่งชีวิต” ตอนนี้คำพูดนี้เขาไม่จำเป็นต้องใช้สมองคิดเลย
หมิงเวยยิ้ม “ท่านคิดว่าพวกเขาจะมาหาข้าหรือไม่กันเล่า”
“….”
หลังจากนั้นไม่นานเขาก็สบถเสียงเบาและเก็บพัดด้วยความโกรธ “ท่านแน่มาก!”
ใต้หล้ากว้างใหญ่เพียงนี้ แม้จะรู้ว่ามีคนพวกนี้อยู่แล้วจะไปหาได้จากที่ใดกัน หากอีกฝ่ายมาตามหานางเอง แค่เฝ้าต้นไม้รอกระต่ายก็พอแล้ว
“หลังจากนี้ท่านยังได้พบข้าอีก คุณชายดีใจหรือไม่เจ้าคะ” หมิงเวยยิ้มกริ่ม
“หึๆ ข้าดีใจมากเลยล่ะ” หยางชูลุกขึ้นยืน “อาสวน พวกเรากลับกันได้แล้ว! ไปสืบว่าการตายของอู๋ควนเกี่ยวข้องกับคนพวกนี้หรือไม่! เดี๋ยวก่อน!”
เขาครุ่นคิด “เจ้าอยู่ที่นี่รอจนกว่าอาหว่านจะมาเปลี่ยนตัวกับเจ้าแล้วค่อยกลับไป” นี่เป็นการให้เขาคุ้มครองนางอย่างใกล้ชิด
อาสวนตอบรับ
หมิงเวยพูดขึ้นว่า “อย่าลืมรีบมาค้นจวนตระกูลหมิงนะเจ้าคะ คนพวกนั้นไม่ได้อ่อนแอ หวงเฉิงซือต้องคอยจับตาดูอย่างใกล้ชิด ม