พียงปกป้องลิ่วเกอกับซานเอ๋อร์ได้ พวกเราก็ยังมีอนาคต”
“ที่ฮูหยินกล่าวมาก็ถูกเจ้าค่ะ…”
…………
อาสวนเดินตามหยางชูเข้าไปอดไม่ได้ที่จะพึมพำ “ตระกูลหมิงปล่อยท่านเข้ามาแบบนี้เลยหรือ”
“ไม่ได้งั้นหรือ” หยางชูถาม “พวกเขาควรจะขอบคุณข้าด้วยซ้ำที่ข้ามาในวันนี้”
เสียงขลุ่ยเบาๆ ดังมาจากสวนอวี๋ฟาง หยางชูหยุดฟังสักพักก่อนจะก้าวเข้าไป เดินไปไม่นานก็เห็นหมิงเวยนั่งเป่าขลุ่ยอยู่ตรงทางเดิน
“เป็นบทเพลงอะไรหรือ ไพเราะนัก”
พอได้ยินเสียงหมิงเวยจึงเงยหน้าขึ้นดวงตาของนางเปล่งประกายด้วยความประหลาดใจ “มาเร็วเพียงนี้เชียวหรือเจ้าคะ เกินความคาดหมายของข้ามาก”
“อย่างไรซะตอนนี้ข้าก็เป็นบุรุษที่อยู่แทบเท้าของท่านแล้ว เมื่อมีนัดเหตุใดจะรีบมาไม่ได้เล่า” หยางชูพูดไปพลางหยิบพัดออกมาโบก
เห็นเขาเป็นเช่นนี้หมิงเวยยกยิ้ม “เห็นท่านเป็นเช่นนี้หมายความว่าบาดแผลไม่เป็นอะไรแล้วใช่หรือไม่เจ้าคะ”
“เลือดออกนิดเดียวจะเป็นอะไรได้” หยางชูไม่สนใจแล้วเดินไปนั่งลงฝั่งตรงข้าม “พูดมา อยากพบข้ามีเรื่องอะไรหรือ”
หมิงเวยลูบขลุ่ย “มีอยู่สองเรื่อง”
“หืม”
“เรื่องแรก ข้าอยากขอยืมคนของท่าน”
หยางชูเลิกคิ้ว “ใครงั้นหรือ”
“นายท่านสองกับนายท่านสาม”
แววตาของหยางชูฉายแววสนใจ “เมื่อใดหรือ”
“เมื่อนายท่านสี่กลับมาที่จวน”
เขาพยักหน้า “จริงๆ ก็ย่อมได้ แต่ท่านคงทราบว่าพวกเขาเป็นนักโทษอุกฉกรรจ์ จะไม่มีคนเฝ้าดูไม่ได้”
พูดเหมือนจะดูดี มิใช่ว่าตัวเขาอยากชมความตื่นเ