ม่ได้นอนมาทั้งคืนพอได้รับรายงานนางก็ตกใจ
“ฮูหยิน ทำอย่างไรดีเจ้าคะ” แม่นมหูเป็นกังวล “คุณชายหยางผู้นั้นก็จริงๆ เลย นัดออกไปพบก็ถือว่าช่างมันไป พวกเราทำได้แค่ปิดตาข้างหนึ่ง แต่คราวนี้มาถึงที่เลยแล้วจะให้พวกเราทำอย่างไรหรือต้องให้อนุญาตเขาเข้าไปพบคุณหนูเจ็ดกันเจ้าคะ”
ฮูหยินสองโบกมือพูดด้วยน้ำเสียงกลัดกลุ้ม “เขาอยากพบก็ให้เขาพบเถอะ ให้คนพาเขาไปที่สวนอวี๋ฟาง”
แม่นมหูตกใจ “ฮูหยินเจ้าคะ! ทำเช่นนี้ได้อย่างไร แม้เขาจะอยากพบ แต่ก็ไม่สามารถให้เข้าไปในเรือนได้…”
“ต้องเมื่อไรกันล่ะ คิดว่าเรื่องนี้ควรจัดการเช่นไรหรือ” ฮูหยินสองพูดเสียงเบา “แม่นม ท่านมองไม่ออกหรือว่าหลังจากนี้จะเกิดอะไรขึ้นกับตระกูลของเรา เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับคุณชายหยาง”
“ถึงจะเป็นเช่นนี้ แต่ก็ไม่สามารถ…”
“ตระกูลหมิงกำลังตกอับ!” ฮูหยินสองยิ้มเศร้า “ไม่มีอะไรต้องกังวลเกี่ยวกับคนที่เกือบจะฆ่าล้างครอบครัวของพวกเราแล้ว นอกจากนี้เราควรขอบคุณเขาด้วยซ้ำที่เขามาที่นี่”
แม่นมหูได้สติ
ใช่ ที่ฮูหยินพูดมาถูกแล้วการที่คุณชายหยางมาหาเช่นนี้เป็นการบอกสัญญาณให้คนเหล่านั้นรู้ว่าเขายังใส่ใจคุณหนูเจ็ดอยู่ทำให้ผู้อื่นไม่กล้าที่จะโยนหินใส่คนที่ตกลงไปในบ่อ
อย่างไรก็ตาม คนที่ผ่านยุคอันรุ่งเรืองของตระกูลหมิงอย่างแม่นมหูเห็นภาพนี้แล้วก็อดเศร้าใจไม่ได้ “เหตุใดถึงมาอยู่จุดนี้ได้…”
ฮูหยินสองหัวเราะ “ตระกูลใหญ่มีขึ้นมีลงเป็นเรื่องปกติ แม่นมอย่าเศร้าไปเลย ขอเ