ามคน คนแรกคือนายท่านสาม คนที่สองคืออู๋ควน ส่วนคนที่สามคืออู่อี้ ในบรรดาสามคนนี้อู่อี้เป็นคนจัดการทุกเรื่อง เป็นนักคาดการณ์ถึงเป็นการกบฏแต่ก็เป็นเพียงแค่ใช้ประโยชน์จากโอกาส เดิมทีไม่คิดที่จะลงมือทำอยู่แล้ว”
หยางชูรับไข่ที่ปอกเปลือกแล้วมาจากเขา แกะไข่ขาวไว้กับตนเองแล้วนำไข่แดงใส่ในชามของอีกฝ่าย
“อู่อี้ไม่ควรค่าแก่การกล่าวถึงคนเช่นเขาคู่ควรกับฉีตงจวิ้นอ๋องแล้ว” เจี่ยงเหวินเฟิงมองเขาแต่ไม่พูดอะไร
หยางชูมองชามของตนเอง “ข้าวต้มเหมือนกันกับท่าน”
เจี่ยงเหวินเฟิงชี้ “แต่ไข่ข้าเป็นคนปอก”
“ก็เหมือนกันหรือไม่เหตุใดใต้เท้าเจี่ยงถึงได้ขี้เหนียวเช่นนี้ ข้าให้ไข่แดงกับท่านไม่ใช่หรือ ท่านอายุเยอะแล้ว ทานไข่แดงเยอะๆ เสริมไว้ ข้ายังอายุน้อยทานแค่ไข่ขาวก็พอแล้ว”
“….” ดูเหมือนเขาจะเคยได้ยินอาหว่านพูดว่า หากคุณชายทานไข่ต้มเขาจะทานแค่ไข่ขาว แล้วหัวข้อสนทนาก็ดำเนินต่อไป “ต่อมาก็นายท่านสาม หากไม่ใช่เพราะถูกเขายุยง ฉีตงจวิ้นอ๋องคงไม่มีความคิดนี้แน่”
หยางชูหัวเราะ “ท่านไม่ต้องเห็นแก่หน้าเขาหรอก เขามีความคิดนี้อยู่แล้ว แค่ไม่มีความสามารถในการทำก็เท่านั้น เป็นเรื่องน่าอายจริงๆ ที่ตระกูลเจียงทำตัวงี่เง่าเช่นนี้”
การวิจารณ์คนในราชวงศ์เช่นนี้มีแต่ผู้ที่มีสายเลือดเดียวกันเท่านั้นที่สามารถทำได้ เจี่ยงเหวินเฟิงไม่ออกความเห็นในเรื่องนี้เขาพูดต่อไปว่า
“ทางด้านอู๋ควน ดูเหมือนว่าเขาจะนำอำนาจไปอยู่ในมือฉีตงจวิ้นอ๋องถึงได