บการตระหนักถึงอุดมคติของตนเองเลย แต่เป็นการแก้แค้นเพียงเท่านั้น
แล้วท่านเจ้าเมืองอู๋ล่ะ เรื่องกบฏเช่นนี้สามารถมีผลต่อชีวิตของคนทั้งครอบครัวได้เลย ตัวเขามีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี เหตุใดจึงต้องเดินลงมายังน้ำโคลนนี้ด้วย
“อู๋ควนอยู่ที่ใดหรือ” หยางชูถาม
“เขาอยู่ในคุก” เจี่ยงเหวินเฟิงตอบ “เมื่อวานหากไม่ใช่เพราะคนของหวงเฉิงซือคอยจับตามองอยู่ก็เกือบจะปล่อยให้เขาหลุดมือไปแล้ว”
หยางชูพยักหน้าเขาทานหมั่นโถวชิ้นสุดท้ายแล้วหยิบส้มมายัดใส่ไว้ในแขนเสื้อ “ข้าจะไปพบเขา”
เจี่ยงเหวินเฟิงตอบ “ให้ข้าไปเถอะ เขาเป็นคนกะล่อนในวงการข้าราชการ เรื่องนี้ข้าคุ้นเคยมากกว่าท่าน”
หยางชูหัวเราะ “ท่านไม่ต้องห่วงหรอก หากพูดถึงความลับในราชการไม่มีใครคุ้นเคยไปกว่าหวงเฉิงซือแล้ว” เขาลุกขึ้นบ้วนปาก “ท่านไปพักก่อนเถอะ อายุก็ไม่น้อยแล้วจะเทียบกับคนหนุ่มสาวอย่างพวกเราได้อย่างไร” พูดจบเขาก็เดินออกจากห้องไปอย่างสง่าผ่าเผย
เจี่ยงเหวินเฟิงจ้องมองที่ประตูไม่ขยับไปไหน ผ่านไปสักพักเขาจึงถามออกมา “เชี่ยนเหนียง…ข้าแก่แล้วจริงๆ หรือ”
ควันลอยออกมาจากแขนเสื้อของเขา มันค่อยๆ วนรอบตัวเขาและในที่สุดก็หยุดอยู่ข้างแก้มแล้วถูเบาๆ
…………
หยางชูออกจากศาลว่าการ ซากศพบนถนนถูกเคลื่อนย้ายออกไปจนเหลือเพียงคราบเลือดจำนวนมากซึ่งใช้เวลามาพักหนึ่งแล้วยังทำความสะอาดไม่เสร็จ
“คุณชาย!” อาสวนเดินตามมา “จะไปที่คุกหรือขอรับ”
หยางชูพยักหน้าและมองไปที่เมืองชั้นใ