เป็นอนุ! เขาฝันเฟื่องเกินไปแล้ว! แต่มีจวิ้นอ๋องส่งเสริมครอบครัวเขาอยู่จึงทำอะไรเขาไม่ได้ ข้าจึงทำได้แค่ส่งต้าเจียเอ๋อร์ออกเรือนไปยังที่ห่างไกล…ต้าเจียเอ๋อร์ที่น่าสงสารของข้า!”
หมิงเวยคาดเดาไว้ก่อนแล้วเพียงแต่ไม่รู้ว่าคนที่ดูหมิ่นต้าเจียเอ๋อร์นั้นเป็นใคร ตอนนี้นางได้แต่ถอนหายใจในใจแล้วถามไปว่า “ท่านลุงสองไม่ว่าอย่างไรเลยหรือเจ้าคะ”
ฮูหยินสองหัวเราะเยาะ “เขามันคนใจเสาะ! เพราะจวิ้นอ๋องเห็นด้วยเขาจึงคิดจะส่งต้าเจียเอ๋อร์ไปเป็นอนุ คุณชายตระกูลหลีผู้นั้นมีอะไรดีกัน แม้ต้าเจียเอ๋อร์ออกเรือนกับเขาแต่เขาก็ไม่คู่ควรเลยแม้แต่น้อย!”
สำหรับคนเป็นมารดาแล้วลูกของตนมีค่ามากที่สุด ต้าเจียเอ๋อร์ต้องทนทุกข์กับความอัปยศอดสูเช่นนี้ไม่แปลกใจเลยที่ฮูหยินสองจะเกลียดนายท่านสองถึงขนาดนั้น
เมื่ออารมณ์ของฮูหยินสองกลับมาคงที่แล้วหมิงเวยจึงพูดช้าๆ “ท่านป้าสอง หากจะให้ช่วยท่านลุงสอง หลานก็ช่วยไม่ได้ แต่ตอนนี้มีโอกาสหนึ่งที่พอจะช่วยพี่สามกับน้องหกได้ ท่าน…”
ทันใดนั้นฮูหยินสองก็เงยหน้าขึ้นดวงตาของนางเปี่ยมไปด้วยความหวัง “หลานพูดมาได้เลย! หากสามารถช่วยพวกเขาได้ป้าจะทำทุกอย่างเพื่อหลานไปตลอดชีวิต!”
หมิงเวยพูดจาอ้อมค้อมว่า “ไม่รู้ว่าจะสำเร็จหรือไม่ หลานไม่กล้ารับประกัน แต่มีแค่โอกาสนี้เท่านั้น เรื่องนี้หลานไม่สามารถยื่นมือเข้าไปได้ ท่านป้าสองต้องขอร้องจากผู้อื่นเจ้าค่ะ”
“มีโอกาสก็สำเร็จได้” ฮูหยินสองหรือจะกล้าขอร้องผ