นอย่างไรบ้าง” เมื่อเห็นใบหน้านางบิดเบี้ยวมีเลือดออกทางหู จมูก ตา ปาก ปิงซินกับซู่เจี๋ยถึงกับตกใจ
หมิงเวยรับผ้ามาเช็ดเลือดออกจากใบหน้าของตัวฝูอย่างระมัดระวังและขอให้พวกนางเตรียมกระดาษและพู่กันมา จากนั้นก็เขียนใบสั่งยาแล้วพูดว่า “สั่งคนให้ไปหยิบยามา”
สาวใช้ทั้งสองรับใบสั่งยาอย่างงงๆ คิดในใจว่าคุณหนูรู้วิชาการแพทย์ตั้งแต่เมื่อใดกัน หมิงเวยพอเข้าใจวิชาการแพทย์อยู่บ้าง ใบสั่งยาที่นางเขียนไปนั้นไว้สำหรับยับยั้งวิญญาณชั่วร้าย
“วันนี้แม่นมตกใจกลัวหรือไม่”
พอได้ยินนางถามปิงซินรีบตอบไปว่า “คุณหนูวางใจได้เจ้าค่ะ แม่นมไม่เป็นอะไร ทหารพวกนั้นไม่ได้เข้ามารบกวนอะไรเลยเจ้าค่ะ”
หมิงเวยพยักหน้า “วันนี้ตัวฝูได้รับบาดเจ็บเพราะปกป้องข้า พวกเจ้าเลือกสาวใช้ที่ทำงานละเอียดรอบคอบมาสองคนมาดูแลตัวฝูให้ดี เช็ดตัวป้อนยาให้นางทุกวัน ห้ามเลินเล่อ นางอาจจะอาการสาหัสเช่นนี้ไปหลายวัน”
ซู่เจี๋ยรับคำ “บ่าวกับปิงซินจะคอยจับตาดู พวกนางไม่กล้าเลินเล่อแน่นอนเจ้าค่ะ”
สาวใช้ทั้งสองคนสุขุมไว้ใจได้ หมิงเวยวางใจมากที่จะฝากตัวฝูไว้กับพวกนาง นางกลับไปที่ห้องเพื่อชำระกายเปลี่ยนเสื้อผ้า แต่ก็ไม่ได้หลับไปในทันที นางถือโคมไปเพื่อไปที่ห้องเซ่นไหว้ผู้ตายด้วยตนเอง
เมื่อเห็นโคมไฟส่องแสงจากระยะไกล ชายชราที่เฝ้าห้องเซ่นไหว้ผู้ตายก็แทบจะตกใจ จนกระทั่งเห็นนางเดินเข้ามาใกล้ใจเขาแทบร่วงลงไปกองกับพื้น
“คุณหนูเจ็ด ดึกดื่นเช่นนี้มาหาฮูหยินสามหร