เมื่อเจี่ยงเหวินเฟิงเดินทางมาถึงประตูใหญ่ก็เห็นว่าเจียวจื้อกำลังเผชิญหน้ากับกองกำลังของตงหนิง เขาได้ยินเจียวจื้อตะโกนว่า “เจ้ามันแค่นายทหารระดับล่าง มีคุณสมบัติอะไรมาคุยกับข้าไปเรียกถูต้าหู่มา!”
เจี่ยงเหวินเฟิงหันกลับมาถาม “เป็นหยวนคุนงั้นหรือ”
“ขอรับ คนของหวงเฉิงซือช้าไปก้าวหนึ่ง อู๋ควนใช้ให้เขาสังหารถูต้าหู่และยึดอำนาจทางการทหารมา”
เจี่ยงเหวินเฟิงเลิกคิ้ว การสังหารเจ้าหน้าที่ระดับสูงเป็นเรื่องใหญ่มาก
หากไม่ฆ่าก็ยังคิดหาทางก่อนได้ แต่ในเมื่อฆ่าแล้วนั่นหมายความว่าอีกฝ่ายไม่มีทางถอยกลับได้อีกแล้ว มีทางเดียวเท่านั้นคือการเดินหน้าเข้าไปสู่ความมืดมิด
“ใต้เท้าขอรับ” เหลยหงแนะนำ “จับโจรให้จับหัวหน้าก็สู้ให้ผู้ใต้บังคับบัญชาออกไปสู้ไม่ได้หรือขอรับ”
เจี่ยงเหวินเฟิงโบกมือ “วรยุทธ์ของเจ้าแม้จะอยู่ในระดับสูง แต่ในสถานการณ์เช่นนี้ดูจะเป็นการกระทำที่ไม่ได้ประโยชน์สักเท่าไร เหตุใดต้องเอาชีวิตไปเสี่ยงตายด้วย”
“แต่ว่า…”
เจี่ยงเหวินเฟิงไตร่ตรอง “หยวนคุนผู้นั้น ข้าจำได้ว่าเขาเป็นลูกหลานของตระกูลเจี้ยนอันโหวหยวนใช่หรือไม่”
“ขอรับ ปู่ของเขาคือเจี้ยนอันโหวหยวนเซี่ยว”
เจี่ยงเหวินเฟิงพยักหน้าแล้วเดินออกจากประตูใหญ่
“ใต้เท้า!”
“ใต้เท้าเจี่ยง!” เกิดการจราจลขึ้นด้านนอกศาลว่าการเพราะการปรากฏตัวของเขา ทหารของตงหนิงที่ล้อมรอบศาลว่าการเมื่อเห็นว่าผู้ตรวจการปรากฏตัวขึ้นจริงๆ ก็รู้สึกขี้ขลาดตาขาวขึ้นมาเล็กน้อย
ไม