องหลิ่วหยางจวิ้นอ๋องหากเป็นเช่นตอนนี้ หากจัดการไม่ทันเวลาก็คงเกิดภัยเงียบครั้งใหญ่ขึ้นจริงๆ หากเปรียบเทียบกันแล้ว การกบฏของหลิ่วหยางจวิ้นอ๋องเหมือนเป็นการเล่นพ่อแม่ลูก
นายท่านสามที่แกล้งตายคือคลังสมองของเขา อู่อี้ที่อยู่ข้างกายคือสมุนซ้ายขวา อีกทั้งเจ้าหน้าที่บางส่วนในตงหนิงแล้วยุ้งฉางใต้ดินในวัดเป่าหลิง…
แค่นี้ถือว่ายังห่างไกลจากความสำเร็จของการก่อกบฏ!
ช่างน่าแปลกจริงๆ คนอย่างนายท่านสามจะดูเรื่องนี้ไม่ออกเลยหรือ หากหันไปพึ่งพาหลิ่วหยางจวิ้นอ๋องยังจะดูมีเหตุผลมากกว่า การไปพึ่งพาฉีตงจวิ้นอ๋องดูเป็นเรื่องที่น่าขัน
เขาสนับสนุนให้ฉีตงจวิ้นอ๋องก่อกบฏ หรือว่าเขาไม่ต้องการให้สำเร็จกันแน่
ไม่ต้องการให้สำเร็จงั้นหรือ…
จู่ๆ หมิงเวยก็คิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ นางหยิบเครื่องรางที่ทำจากไม้สีดำขึ้นมาพลิกดูและเห็นแผนที่ดาวเรียบง่ายวาดอยู่ด้านหลัง
“กลุ่มดาวกุ่ยจินหยาง…” หมิงเวยพึมพำ
เมื่อหยางชูตีความเสร็จไปช่วงหนึ่งเขาได้ยินเสียงเลยถามออกไปส่งๆ ว่า
“มีอะไรงั้นหรือ”
หมิงเวยส่งเครื่องรางให้เขา “ท่านดูนี่เจ้าค่ะ”
ความรู้ที่หยางชูมีไม่ได้รวมด้านนี้ด้วยจึงได้แต่ถามนางไปว่า “มีปัญหาอะไรหรือ”
“มันคือกลุ่มดาวภูติผี” หมิงเวยตอบ “กลุ่มดาวที่สองทางใต้จากยี่สิบแปดกลุ่มดาวก็คือกลุ่มดาวกุ่ยจินหยาง” เหมือนหยางชูจะพอเข้าใจอะไรบางอย่างขึ้นมา แต่เขาไม่มั่นใจนัก
“ท่านหมายถึง…”
“ท่านจำได้หรือไม่ว่าเสวียนชื่อที่ช่วยนาย