้าเจี่ยงแล้ว”
ขณะที่ทั้งสองคนกำลังพูดคุยกันอยู่ก็มีเสียงดังมาจากด้านนอก เสียงของฝีเท้าของกองกำลังพร้อมกับเสียงตะโกนลอยมาถึงที่นี่
“ใต้เท้าขอรับ!” เหลยหงรีบเข้ามา “เกิดเรื่องขึ้นแล้ว! อู๋ควนผู้นั้นได้ระดมทหารรักษาการณ์ในพื้นที่เพื่อปิดล้อมศาลว่าการขอรับ!”
เจี่ยงเหวินเฟิงเลิกคิ้วขึ้น คำสารภาพของฉีตงจวิ้นอ๋องเมื่อครู่นี้ชัดเจนอยู่แล้วว่ากองกำลังนั้นอยู่ในความรับผิดชอบของท่านเจ้าเมืองอู๋
พวกเขาได้รับข่าวมาก่อนหน้านี้ว่ากองกำลังทหารของตงหนิงไว้ใจไม่ได้จึงได้นำกองกำลังจากหลีชวนมาแทน แค่รอให้จัดการเรื่องนี้เสร็จค่อยไปจัดการกองกำลังกบฏนั่น
ไม่คิดเลยว่าท่านเจ้าเมืองอู๋จะมองเห็นโอกาสได้อย่างรวดเร็ว พอเห็นว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้องก็รีบติดต่อกองกำลังตงหนิงทันที
“อู๋ควนล่ะ” เจี่ยงเหวินเฟิงเลิกคิ้ว
เหลยหงมีสีหน้าละอายใจ “เป็นความผิดของข้าน้อยเองขอรับ ไม่คิดว่าในศาลว่าการจะมีทางลับเลยทำให้เขาหลุดออกไปได้”
เจี่ยงเหวินเฟิงถอนหายใจ “แล้วสถานการณ์ในตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง ทหารรักษาการณ์หลีชวนเจียวจื้อล่ะ”
เหลยหงตอบ “เจียวจื้อกำลังเผชิญหน้ากับพวกเขาขอรับ เพียงแต่ว่าพวกเขามาจากแดนไกลจำนวนคนก็ไม่ได้เหนือกว่า อีกทั้งอีกฝ่ายยังพูดอยู่ตลอดเวลาว่าพวกเราเป็นคนไม่ดีสวมรอยเป็นข้าหลวงใหญ่ผู้แทนพระองค์ เพื่อต้องการกล่าวหาพวกเราขอรับ”
อะไรคือการสวมรอยเป็นข้าหลวงใหญ่ผู้แทนพระองค์กัน ข้ออ้างชัดๆ
เมื่อเรื่องมาถึงเพียงนี