ขาจัดการกับคดีกบฏ และเรื่องราวภายในแท้จริงแล้ว…
ฉีตงจวิ้นอ๋องเป็นคนอ่อนแอ ไม่เอาไหน เรื่องนี้เขาทราบดีอยู่แล้ว เพราะเหตุนี้ฝ่าบาทจึงวางใจเขามาตลอดหลายปีที่ผ่านมา
ผู้ใดจะคิดเล่าว่าเขาจะมีความคิดก่อกบฏขึ้น และเหตุผลเบื้องหลังก็ช่าง…
ไร้สาระสิ้นดี
“จวิ้นอ๋องเต็มใจที่จะประทับตราหรือไม่” เจี่ยงเหวินเฟิงถามอย่างใจเย็น
“เต็มใจ ข้าเต็มใจ!” ฉีตงจวิ้นอ๋องกล่าวซ้ำ “ข้าถูกคนเลวยั่วยุ ใต้เท้าเจี่ยงต้องร้องขอความเมตตากับเสด็จอาแทนข้าด้วย!”
พอฉีตงจวิ้นอ๋องจะสารภาพ เจี่ยงเหวินเฟิงก็เรียกเสมียนเข้ามา ในเวลานั้นคำสารภาพที่เสมียนจดมาก็ส่งมอบให้กับเขา “ท่านอ๋องลองดูว่าจริงหรือเท็จ หากไม่มีปัญหาใดก็ประทับตราได้”
เห็นฉีตงจวิ้นอ๋องมองเขาตาปริบๆ เขาจึงถอนหายใจเงียบๆ แล้วบอกว่า “ข้าน้อยจะรายงานตามความจริง ผลเป็นอย่างไรล้วนแล้วแต่อยู่ที่ฝ่าบาทจะตัดสินใจ”
ฉีตงจวิ้นอ๋องรู้สึกโล่งใจ “ใต้เท้าเจี่ยงไม่มีความลำเอียง ข้าเชื่ออย่างนั้น”
ไม่รู้ว่าเขาจินตนาการอะไรอยู่ถึงได้ดูผ่อนคลายมีความสุขมากเช่นนี้ เขากวาดตามองคำสารภาพไปหนึ่งรอบแล้วประทับตราทันที
เจี่ยงเหวินเฟิงรับคำสารภาพมาแล้วปิดผนึกอย่างระมัดระวัง “คืนนี้ท่านอ๋องประทับที่ศาลนะขอรับ”
ฉีตงจวิ้นอ๋องรีบถามต่อ “แล้วบุตรชายของ…”
เจี่ยงเหวินเฟิงยิ้ม “ข้าได้ให้คนพาซื่อจื่อไปส่งที่ศาลเรียบร้อยแล้วขอรับ ให้หวังเฟยดูแลเขาต่อ”
ฉีตงจวิ้นอ๋องถอนหายใจแล้วคารวะเขา “รบกวนใต้เท