เงาร่างเคลื่อนไหวราวกับภูติผี แม้จะอยู่ในวงล้อมสังหารก็ยังเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระ
สีหน้าของหยางชูค่อยๆ จริงจังขึ้น
“เคลื่อนไหวได้รวดเร็วมาก” หมิงเวยกล่าวชม “ความแข็งแกร่งเช่นนี้อยู่ในอันดับต้นๆ ในใต้หล้าหรือไม่ ไม่รู้ว่าจะเก่งกาจกว่ายอดฝีมือของหวงเฉิงซือหรือเปล่า”
หยางชูตอบ “ก็ธรรมดา นับได้ว่าเป็นยอดฝีมือ”
หมิงเวยยิ้มไม่พูดแทงใจดำเขาอีก แม้ว่านางในตอนนี้จะไม่เก่งในวรยุทธ์ แต่นางก็ยังมีสายตาเฉียบคม
ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะชนะยอดฝีมือนิรนามผู้นี้ ร่างของคนผู้นั้นหายแวบไป แต่เห็นแสงสีเงินพร้อมกับเสียง ‘ชิ้งๆๆ’ อยู่หลายครั้ง องครักษ์คนหนึ่งร้อง ‘อา’ ขึ้นมาเพราะถูกอาวุธลับโจมตี
วงล้อมสังหารหายไปหนึ่งคนผู้นั้นหัวเราะเสียงเบา ฝ่าวงล้อมออกมาได้
“ไปไหนแล้ว!” เงาของหยางชูแวบผ่านไปร่มของเขาเสมือนกระบี่แทงทะลุออกไปโดยตรง
คนผู้นั้นบิดเอวหลบหนีการโจมตี แต่ผู้ใดจะรู้ว่าร่มคันนั้นจะตามติดเขาเป็นเงาตามตัวถึงเพียงนี้
“เอ๋!” เขารู้สึกประหลาดใจอย่างยิ่ง “ทักษะดีถึงเพียงนี้เชียวหรือ เหนือความคาดหมายจริงๆ”
หยางชูยิ้มเย็น “หากจัดการท่านได้ก็นับว่ามีฝีมือ”
คนผู้นั้นหัวเราะ “ถ้าอย่างนั้นท่านคงต้องผิดหวังเสียแล้ว!”
ทั้งสองฝ่ายฝีมือไล่เลี่ยกันได้ยินเพียงเสียงอาวุธปะทะกัน ‘ติงๆๆ’ และการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วชั่วพริบตา จนเหล่าองครักษ์ไม่สามารถแทรกเข้าไปได้จึงทำได้เพียงป้องกันรอบนอกก็เท่านั้น
จู่ๆ คนผู้นั้นก็ร้อง