เจี่ยงเหวินเฟิงถอนหายใจ “ข้าน้อยเองก็ไม่อยากเชื่อ ราชวงศ์ก่อนได้ถูกกวาดล้างไปแล้วเมื่อสี่สิบปีก่อน สายเลือดราชวงศ์นี้ไม่เหลืออยู่แล้ว…หรืออาจเกิดความผิดพลาด ต้องให้พวกเขาตรวจสอบดูอีกครั้ง”
กล่าวจบเจี่ยงเหวินเฟิงก็นำคำสารภาพออกไป
เสียงจากการสอบสวนโดยใช้เครื่องมือทรมานดังลอดมาจากห้องข้างๆ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะไม่มีแรง เสียงเบาเกินไปหรือเขาฟังไม่ชัดกันแน่
ฉีตงจวิ้นอ๋องเหมือนนั่งอยู่บนกองไฟ
อีกด้านหนึ่งเสียงของเจียงจ้านดังขึ้นเป็นเสียงตะโกนต่อเนื่องที่ฟังดูน่าสังเวชมาก
บุตรชายของเขา! ตอนเล็กๆ เขาเป็นเด็กที่ฉลาดมากเพื่อเป็นการปกป้องตนเองเขาจึงตามใจบุตรชายของตน ปล่อยให้กินดื่มเที่ยวเล่นสนุกสนานจนกลายเป็นคนเจ้าสำราญขนานแท้
เขาเคยลำบากซะที่ไหนล่ะ! เจอแบบนี้เขาจะทนได้อย่างไร
แล้วยังอู่อี้ผู้นั้นอีกจะไปเป็นทายาทที่หลงเหลือของราชวงศ์ก่อนได้อย่างไร เขาติดตามตนมาตั้งนาน สิบปีเห็นจะได้…ตอนนั้นเขาเกือบไม่ได้รับตำแหน่งจวิ้นอ๋องแล้วเป็นเพราะบิดาของเขาจึงไม่มีผู้ใดกล้ามาทำงานให้จวนอ๋อง มีเพียงอู่อี้ที่อาสาโดยสมัครใจ…
เดี๋ยวก่อน…เหตุใดอู่อี้ถึงได้อาสาโดยสมัครใจล่ะ ในตอนนั้นเขาอยู่ในช่วงที่กำลังรุ่งโรจน์มาก ถึงแม้จะถูกลดขั้น แต่เรื่องนี้มันเป็นเรื่องปกติไม่ใช่หรือ
ผู้ที่สอบขุนนางผ่านได้ในครั้งแรกนั้นเดิมทีมีน้อยมาก หลายคนต้องสอบแล้วสอบอีก อู่อี้ในตอนนั้นก็อายุสามสิบปีแล้ว ถือเป็นอายุที่กำลังดี…
ฉีตงจวิ้น