ปวดมากยิ่งขึ้น
“ใต้เท้าๆ!” อู่อี้ร้องอุทาน “ข้ายอมแล้วๆ!”
ทางด้านเจี่ยงเหวินเฟิงยังคงกินไม่สนใจอะไร
“ใต้เท้า! เรื่องทั้งหมดในจวนจวิ้นอ๋องไม่มีเรื่องใดที่ข้าน้อยไม่รู้ ใต้เท้า! ข้าน้อยยินดีที่จะสารภาพ!”
“ใต้เท้าไว้ชีวิตข้าน้อยด้วยเถิด!”
เจี่ยงเหวินเฟิงทานข้าวอย่างเชื่องช้า แม้แต่เมล็ดข้าวที่ขอบชามยังไม่ให้เหลือ เขาดื่มน้ำแกงในชามช้าๆ ก่อนที่จะวางชามตะเกียบลง
“ทานข้าวต้องใส่ใจ” เขาพูดกับเหลยหงที่ลอบมองอู่อี้อยู่บ่อยๆ “หากอาหารไม่ย่อยจะเจ็บท้องเอาได้”
“ที่ใต้เท้ากล่าวมาก็ถูกขอรับ” เหลยหงดูรับฟังคำสั่งสอนจากเขามาก
ทางด้านอู่อี้กำลังกรีดร้องเสียงแหบในที่สุดเขาก็เห็นเจี่ยงเหวินเฟิงวางชามและตะเกียบลงแล้วเดินมาทางนี้ราวกับเห็นดาวช่วยชีวิต
“ใต้เท้า! ข้าน้อยยินดีสารภาพ ข้าน้อยจะบอกเรื่องที่รู้ทั้งหมด! ได้โปรดใต้เท้าให้โอกาสข้าน้อยได้ชดใช้ความผิดด้วยเถิดขอรับ!”
“ชดใช้ความผิดงั้นหรือ มองโลกสวยงามเกินไปแล้ว ทางฝั่งตระกูลหมิงเองก็รู้ไม่น้อยไปกว่าท่าน ข้าไม่ได้ต้องการคำสารภาพของท่านเพียงผู้เดียวเสียหน่อย”
อู่อี้รีบตอบ “ยุ้งฉางในวัดเป่าหลิงข้าน้อยเป็นคนจัดการเองขอรับ เรื่องนี้ตระกูลหมิงไม่มีทางรู้! ใต้เท้าได้โปรดให้โอกาสข้าน้อยด้วยเถิด!”
พอได้ยินประโยคนี้เจี่ยงเหวินเฟิงลอบสบตากับเหลยหงแล้วพูดด้วยรอยยิ้ม
“เอาล่ะ ข้าอารมณ์ดีพอจะมีเวลาฟังท่านชั่วคราว”
“ขอบคุณใต้เท้า ขอบคุณใต้เท้าขอรับ!” อู่อี้ซาบซึ้ง