้นเริ่มถอดเจี่ยอี[1]ออก เขาถอดไปบ่นไปว่า “ไอ้ของชิ้นนี้นี่ทั้งหนักทั้งร้อน ไม่สบายตัวจริงๆ”
คลายปมที่ผูกไว้เสร็จ เจี่ยอีก็ถูกโยนลงบนพื้นเผยให้เห็นชุดดำบางๆ ด้านใน
“แบบนี้ค่อยสบายหน่อย” เขายืดกระดูก
หยางชูหัวเราะแล้วส่งสายตาให้หัวหน้าองครักษ์ หัวหน้าองครักษ์เห็นก็เข้าใจจึงโบกมือ เหล่าองครักษ์ไม่พูดอะไรแต่รีบวิ่งเข้าหาทั้งสองคนทันที
ฝั่งนั้นเริ่มลงมือฝั่งหยางชูก็ชวนคุยเล่น “ท่านคิดว่าใบหน้าของคนผู้นั้นเป็นของจริงหรือของปลอม จากสายตาของข้ามันค่อนข้างยากที่จะจดจำใบหน้าของเขา”
หมิงเวยเหลือบมองเขาแต่ไม่พูดอะไร ก็รู้อยู่ว่านางจำหน้าคนไม่ได้ มาพูดถึงหัวข้อนี้หมายความว่าอย่างไรกัน!
หยางชูยังคงคึกคักเขาตะโกนสั่งผู้คุม “พวกท่านระวังหน่อย อย่าทำร้ายใบหน้าของเขา หากเป็นหน้ากากให้ลอกออกมา หากไม่ใช่ก็ลอกออกอยู่ดี”
ลอกอะไร แน่นอนว่าต้องเป็นลอกผิวหนัง!
ช่างโหดร้ายอะไรอย่างนี้ แต่เขากลับพูดอย่างใจเย็น
คนผู้นั้นถือกริชตวัดไปมาอย่างว่องไวราวกับปลา พอได้ยินประโยคนั้นจึงตะโกนกลับไปว่า “ใบหน้านี้แพงมากนะ!”
………….
อีกด้านหนึ่งฉีตงจวิ้นอ๋องเห็นเจี่ยงเหวินเฟิงเดินเข้ามาในห้องโถงเขาก็แทบจะกระโดดขึ้น
“ใต้เท้าเจี่ยง ท่านหมายความว่าอย่างไร เหตุใดเปิ่นหวางถึงกลับจวนไม่ได้”
เจี่ยงเหวินเฟิงประสานมือคารวะเขา จากนั้นก็นั่งจิบชาที่คนนำมาให้แล้วตอบว่า “ท่านอ๋องโปรดอย่าใจร้อน ตอนนี้มีเรื่องหนึ่งที่ต้องจัดการ รอให้เรื่อง