ได้รับการตรวจสอบว่าจริงๆ แล้วท่านอ๋องไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ท่านก็จะสามารถกลับจวนได้แล้วขอรับ”
แววตาของฉีตงจวิ้นอ๋องวูบไหว “ในเมื่อไม่ใช่การไต่สวนความผิด เหตุใดคนรอบข้างเปิ่นหวางถึงไม่ได้รับอนุญาตให้อยู่ด้วยเล่าแล้วหวังเฟยของเปิ่นหวางอีก ท่านพาพวกนางไปไว้ที่ใดกัน”
เจี่ยงเหวินเฟิงยิ้ม “ท่านอ๋องไม่ต้องกังวล หวังเฟยกับเสี้ยนจู่อยู่ที่ศาล มีแม่นางอาหว่านสาวใช้ของคุณชายหยางคอยดูแลอยู่ ไม่มีเรื่องเกิดขึ้นแน่นอนขอรับ”
“แล้วซื่อจื่อของเปิ่นหวาง…”
ยังไม่ทันพูดจบเขาก็ได้ยินเสียงดังมาจากที่ใดก็ไม่รู้ “พวกเจ้าจะทำอะไร รู้หรือไม่ว่าข้าเป็นใครถึงได้กล้าหยาบคายเช่นนี้ ปล่อยข้านะ! ปล่อยข้า!”
ใบหน้าของฉีตงจวิ้นอ๋องซีดลง เขาจำเสียงนี้ได้นี่เป็นเสียงของเจียงจ้านบุตรชายคนโตของเขา ถึงแม้บุตรชายคนนี้จะทั้งเสเพลและทำตัวไร้สาระ แต่ก็เป็นบุตรชายคนเดียวของเขา
“เจี่ยงเหวินเฟิง!” น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนไป “ท่านจะทำอะไรบุตรชายของข้า!”
เจี่ยงเหวินเฟิงยิ้ม “ท่านอ๋อง พูดแล้วก็ทำให้ท่านกังวล ซื่อจื่ออยู่ห้องข้างๆ ได้ยินว่าช่วงนี้เขาป่วย คืนนี้ทำให้เขาหวาดกลัวเป็นอย่างมาก ข้าน้อยจึงเชิญหมอมาดูแลเขาเป็นพิเศษ”
ยิ่งได้ยินเขาพูดเช่นนั้นฉีตงจวิ้นอ๋องก็ยิ่งรู้สึกกลัว เจียงจ้านป่วยเป็นอะไร เขารู้อยู่แก่ใจดี
เมื่อไม่นานมานี้ที่สวนซิ่นได้เกิดเหตุมั่วซั่วขึ้น เขาถูกผีเร่ร่อนทำให้ตกใจกลัวจนความเป็นชายมีปัญหา ท่านหมอบอกว่าเกิดจากคว