งให้เห็นด้านดีและไม่ดีของมนุษย์
“คุณชาย…”
อาสวนคิดที่จะพูดโน้มน้าวเขา แต่ก็ถูกหยางชูโบกมือตัดบทไป “พวกเจ้าไปเฝ้าบันไดหินก็พอแล้ว”
เขาหันหน้าไปมองด้านข้าง
ไม่รู้ว่าตอนนี้ตัวฝูเป็นตายร้ายดีอย่างไร ร่างของนางเปล่งประกายสีแดงโดยมีหมิงเวยโอบกอดนางไว้ ฝ่ามือของนางกดทับที่ส่วนบนของกะโหลกศีรษะไม่ห่างไปไหน
รอบตัวพวกนางมีวงเวทขนาดใหญ่ที่ชุ่มไปด้วยเลือดจนน่าสยดสยอง เมื่อเห็นว่าสีหน้าของพวกนางแย่ลง หยางชูคิดอยู่พักหนึ่งแล้วกรีดข้อมืออีกข้าง
เลือดสีแดงสดหยดลงบนวงเวท อาสวนเห็นว่าเลือดเขาไหลออกเยอะก็เป็นกังวล พอเลือดไหลน้อยลงเขาจึงพันแผลและให้ยาห้ามเลือด
ครั้งนี้หยางชูไม่คัดค้าน
“พอแล้ว…” น้ำเสียงของหมิงเวยยังคงแผ่วเบา “หากท่านให้เลือดมากกว่านี้ ท่านคงได้ล้มนอนลงเจ้าค่ะ”
หยางชูหัวเราะแล้ววางกริชลง
อาสวนถาม “ใช้เลือดของข้าน้อยได้หรือไม่”
“เลือดของมนุษย์ที่ยังมีชีวิตสามารถยับยั้งวิญญาณชั่วร้ายได้” หมิงเวยตอบ “แต่ตอนนี้ไม่จำเป็นแล้ว เลือดของเขามีประโยชน์มากที่สุด”
“….” อาสวนคิดในใจ ถ้าหากใช้การได้ เหตุใดไม่บอกให้เร็วกว่านี้เล่า เขาพาคนมาเยอะเพียงนี้ ให้เลือดคนละนิดก็สามารถทำให้เลือดท่วมหินเทพธิดาได้แล้ว
โชคดีที่เขาไม่พูดออกไป เพราะหากพูดออกไปนางต้องตอบเขาว่า ในเมื่อมีเลือดที่ดีกว่า เหตุใดต้องใช้เลือดของคนอื่นด้วยเล่า
“นายท่านสามตายแล้วหรือเจ้าคะ” หมิงเวยถาม
หยางชูตอบ “เขากินยาพิษฆ่าตัวตายแบบเดียวกับ