ที่ทหารของเขาทำก่อนหน้านี้”
“…..”
เห็นสายตาผิดปกติของนางที่มองมาเขาจึงถาม “ทำไมหรือ มีปัญหาอะไรงั้นหรือ”
“มันแปลกมากเจ้าค่ะ คนอย่างเขาจะตายง่ายขนาดนี้ได้อย่างไรกัน”
“บางทีหลายปีที่ผ่านมานี้คงมากพอแล้วกระมัง” หยางชูพูด “ถึงมีชีวิตอยู่แต่ก็ไม่ต่างจากคนตาย คงไม่อยากรับรู้ถึงความรู้สึกเช่นนี้อีกแล้ว เวลาผ่านไปนานเช่นนี้ แม้แต่ตนเองยังลืมไปด้วยซ้ำว่ามีชีวิตอยู่หรือตายไปแล้ว”
เขามองวงเวทเลือดบนพื้นแล้วไม่พูดอะไร
หมิงเวยยิ้มเล็กน้อย “ดูเหมือนท่านจะรู้สึกซาบซึ้งใจนะเจ้าคะ”
หยางชูหัวเราะเบาๆ “ข้าจะซาบซึ้งใจได้อย่างไร แค่รู้สึกว่าคนที่ฉลาดเกินไปมักจะสับสนได้ง่าย”
“ก็จริงเจ้าค่ะ” แล้วพวกเขาก็เงียบลงอีกครั้ง
ทางด้านวัดเป่าหลิงเสียงของผู้คนค่อยๆ หายไป แสงไฟเล็กๆ นั้นงดงามราวกับดวงดาวบนท้องฟ้า
จู่ๆ ตัวฝูในอ้อมแขนของหมิงเวยก็สั่นสะท้านไปทั้งร่าง เลือดไหลออกทางปากและจมูกอีกครั้ง และในที่สุดนางก็อาเจียนออกมาเป็นเลือดจำนวนมากจากนั้นร่างกายของนางก็อ่อนลง
“นางเป็นอย่างไรบ้าง” หยางชูถามด้วยความตกใจ “หรือว่าวิญญาณชั่วร้าย…”
หมิงเวยกลับดีใจมากจนน่าแปลกใจ “ดีมาก! นางกักขังวิญญาณชั่วร้ายได้แล้ว”
“กักขังงั้นหรือ”
“ใช่เจ้าค่ะ ตัวฝูได้ยินแล้วตอนนี้นางก็ใช้ร่างของตนเองคุมขังวิญญาณชั่วร้ายไว้” หมิงเวยหันไปถามอาสวน “มีด้ายแดงหรือไม่”
บนตัวอาสวนจะไปมีของเช่นนั้นได้อย่างไร พอได้รับสัญญาณจากหยางชู เขาก็วิ่งลงไปเก็บ