คืนนี้เป็นคืนที่ไม่หลับใหล วัดเป่าหลิงสว่างไสวเป็นอย่างมาก
“นี่มันอะไรกัน เกิดอะไรขึ้น” ฮูหยินผู้เฒ่าได้ยินเสียงฝีเท้าจากด้านนอกก็รู้สึกหวาดหวั่นในใจ
นางเป็นคนที่ผ่านสงครามมาแล้วเมื่อนางยังเยาว์วัยเคยอยู่ท่ามกลางความวุ่นวายในใต้หล้า ภาพทหารเข้าล้อมเมืองนางก็เคยเห็นมาแล้ว เมื่อได้ยินเสียงนี้นางจึงรู้ว่าเป็นเสียงฝีเท้าของกองทหาร
ฮูหยินสองรีบส่งคนไปดูทันทีหลังจากนั้นไม่นานนางก็กลับมาแล้วรายงานว่า
“ทหารเจ้าค่ะ มีทหาร!”
ทุกคนในห้องแตกตื่น จะมีทหารได้อย่างไรไฟไหม้ที่ภูเขาก็ดับลงแล้วไม่ใช่หรือ แล้วทหารพวกนั้นมาทำอะไรกัน
ในขณะนั้นหมิงเฉิงก็กลับมา
“ท่านย่า ท่านป้าสอง ท่านแม่ขอรับ” เขาทำความเคารพแล้วพูดว่า “พวกท่านอย่ากลัวไปเลย พวกเขาเป็นทหารที่ใต้เท้าเจี่ยงส่งมา ตอนนี้เกิดเรื่องที่วัดเป่าหลิง ใต้เท้าเจี่ยงกำลังจัดการอยู่ขอรับ”
“แม้แต่กองกำลังก็มาด้วยหรือเกิดอะไรขึ้นกันแน่” ฮูหยินผู้เฒ่ารีบถาม
หมิงเฉิงส่ายหน้า “เรื่องนี้ยังไม่สามารถพูดได้ในตอนนี้ขอรับ ตอนนี้พวกเราทำได้เพียงรออยู่เฉยๆ ขอรับ”
ฮูหยินผู้เฒ่าพยักหน้าแล้วนางก็นึกถึงบุตรชายกับหลานชายที่ออกไปข้างนอกก่อนหน้านี้ “แล้วท่านพ่อกับลุงสองของหลานเล่า”
หมิงเฉิงเงียบแล้วตอบกลับไปว่า “พวกเขาอยู่กับจวิ้นอ๋องขอรับ!”
ฮูหยินผู้เฒ่ารู้สึกโล่งใจเล็กน้อยและพูดกับลูกสะใภ้และหลานสาวของตน “อยู่กับจวิ้นอ๋องคงไม่เกิดเรื่องอะไรขึ้น ข้างกายท่านอ๋องมีองครักษ